หลักเกณฑ์ของ Google ที่ใช้ในการพิจารณาเว็บไซต์

จะทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ทั้งที ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จได้จริง คุณจะต้องรู้ทันหลักเกณฑ์การพิจารณาของ google ทั้งหมดเสียก่อน เนื่องจากการรู้เท่าทัน google จะช่วยทำให้คุณสามารถเลือกใช้วิธีการ พร้อมทั้งเทคนิคต่าง ๆ รวมไปถึงการพัฒนาเว็บไซต์ของคุณให้มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักอย่างที่กูเกิลชื่นชอบได้อย่างถูกต้องและไม่พลาด อย่างน้อยก็ทำให้คุณไม่จำเป็นจะต้องเสียเวลา เพื่อที่จะกลับมาพัฒนาเว็บไซต์ของตนเองอีกครั้งหลังจากที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาของ google โดยตรงนั่นเอง ซึ่งวันนี้เราจึงมีข้อแนะนำเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของ google ที่ถูกนำมาใช้เพื่อพิจารณาเว็บไซต์โดยตรง หลักเกณฑ์ที่ถูกนำมาใช้เพื่อพิจารณาเว็บไซต์ของ google การจัดอันดับเว็บไซต์ของ google มักจะมีหลักเกณฑ์บางอย่างโดยที่พวกเราอาจจะยังคงไม่รู้ ซึ่งหลักเกณฑ์ส่วนใหญ่มักจะมีความสอดคล้องกันอยู่เสมอ หากคุณสามารถปรับเปลี่ยนเว็บไซต์ของคุณให้ตรงกับหลักเกณฑ์ทุกข้อของกูเกิลได้ คุณก็จะมีสิทธิ์ก้าวขึ้นสู่อันดับต้น ๆ และขึ้นไปติดหน้าแรกของกูเกิลได้อย่างง่าย ๆ เลยทีเดียว

Usability – ความเป็น usability นั้น สามารถอธิบายได้อย่างง่าย ๆ ว่า คุณจะต้องพัฒนาและทำเว็บไซต์ของคุณให้กลายเป็นเว็บไซต์ที่สามารถอ่านได้ง่าย เข้าใจง่าย ตลอดจนกระทั่งเป็นเว็บไซต์ที่สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างสะดวกสบาย หากเป็นเช่นนี้เว็บไซต์ของคุณจะขึ้นอันดับได้อย่างแน่นอน

Relevance – ความเป็น relevance นั้น ถือได้ว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ค้นหาส่วนใหญ่ ต้องการที่จะค้นหาอย่างมากที่สุด และจะต้องมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนกระทั่งสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ร่วมด้วย สำหรับหลักเกณฑ์ในข้อนี้นั้น ถือได้ว่าเป็นหลักเกณฑ์พื้นฐานที่เว็บไซต์ส่วนใหญ่จะต้องมีคุณสมบัตินี้อยู่แล้ว

Authority – ความเป็น authority นั้น หมายถึงเว็บไซต์ของคุณจะต้องเป็นเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มองแล้วเกิดความสะดุดตา น่าสนใจและน่าค้นหา ซึ่งผู้ที่จะท่องในเว็บไซต์ของคุณส่วนใหญ่ พวกเขาจะต้องรู้สึกไว้วางใจและเชื่อใจในเว็บไซต์ของคุณ ว่าไม่ใช่เว็บไซต์ในลักษณะซ่องสุมไวรัสเอาไว้นั่นเอง

การที่คุณได้รู้หลักเกณฑ์การพิจารณาเว็บไซต์ของ google ในส่วนนี้จะช่วยทำให้คุณได้รู้จักและเข้าใจได้ว่า จะทำการแก้ไขปัญหาในการทำ SEO ได้อย่างไร ซึ่งถ้าหากคุณเข้าใจหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้มากยิ่งขึ้นแล้ว การปรับแต่งและการพัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นที่โดนใจของ google เพื่อที่จะผลักดันให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นไปติดหน้าแรกของ google ก็นับได้ว่าไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณอีกต่อไป แถมการทำ SEO ในแต่ละครั้งของคุณต่อจากนี้ ก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมอีกด้วย

ก่อนซื้อโปรแกรม SEO ต้องดูให้ดีก่อน

ใครใครก็อยากมีเว็บไซต์ของตัวเองหรือแอพพลิเคชั่นของตัวเองให้ติดอยู่อันดับหนึ่งของผลการค้นหาในโหมดเป้าหมายที่เราต้องการ เพราะนั่นหมายถึงโอกาสที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายของเราได้เห็นข้อมูลเรามากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดมันจะนำมาซึ่งผลกำไรเข้าสู่เรานั่นเอง

มันไม่ได้ง่ายเสมอไป เพราะหากง่ายทุกคนคงแย่งกันทำกันไปหมดแล้ว ของอย่างนี้จะต้องรู้จักฝึกฝนประสบการณ์และทางออกที่ดีในสมัยนี้ก็คือการใช้โปรแกรมเอสอีโอเข้ามาช่วยในการคิดวิเคราะห์ในบางปัญหา เพื่อลดหย่อนเวลาในการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการ SPY ข้อมูล หากเราจะมานั่งสปายข้อมูลคู่แข่งในทุกเว็บไซต์ด้วยมือ คงจะขี้แตกเยี่ยวแตกกันไม่ใช่น้อย

สู้เราเอาเงินไปเสียให้กับเว็บไซต์เหล่านี้เพื่อใช้ในการวิเคราะห์คู่แข่งอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ในทางกลับกันโปรแกรม SEO นั้นส่วนมากจะคิดเป็นค่าบริการรายเดือนและมีราคาค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร เราจะต้องคิดก่อนว่าเรามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนในการจัดซื้อเครื่องมือ SEO ตัวนั้นมาช่วยในการทำงาน ถ้ามีความจำเป็นอย่างยิ่งขาดไม่ได้เลย ใช้แล้วลดเวลาทำงานไปได้วันละสองถึง 3 ชั่วโมงต่อให้ราคา 10,000 ต่อเดือนถ้ามันยังเป็นกระแสรายได้เชิงบวกแนะนำให้ซื้อ

คำนึงถึงความจำเป็นก่อนซื้อ

ในทางกลับกัน หากซื้อมาวิเคราะห์เพียงเว็บเดียวหรือสองเว็บก็อย่าซื้อมาเลย เพราะเค้าไม่ได้ขายตามจำนวนการใช้งาน แต่เค้าขายเป็นรายเดือนหรือรายปีเป็นส่วนมาก ดังนั้น ก่อนซื้อต้องคิดเสียก่อนไม่เช่นนั้นเงินที่เราจ่ายไปมันก็คือต้นทุนในการทำ SEO ของเราเช่นเดียวกัน จ้างอย่างฉลาด ซื้อโปรแกรมอย่างจำเป็น เราจะมีความมั่นคงในอาชีพการรับทำอันดับเว็บไซต์ได้อย่างยั่งยืน

ทำไมเว็บไม่มีลิงค์เข้า อันดับยังดีอยู่ได้ ?

จากการทำ SEO มาอย่างยาวนาน ผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้วก็ยังเชื่อว่านักทำ SEO ในยุคสมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน ส่วนมากจะมุ่งเป้ากันไปที่เรื่องของแบคลิ้งค์เป็นหลัก เกินกว่า 50% เข้าใจว่าเว็บไซต์ไหนที่มีลิ้งคุณภาพสูงเยอะๆ จะทำให้เว็บไซต์นั้นสามารถแซงคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย แต่ในทางปฎิบัติ ณ เวลานี้มันแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง

ส่วนนึงของปัจจัยทั้งหมด

แบคลิงค์ในตอนนี้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่ใช้สำหรับการคำนวณอันดับเว็บไซต์ให้อยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหาใน Google จริงอยู่ที่มาก่อนเราจะวัดกันที่ Backlink เป็นหลัก แต่ในปัจจุบันโครงสร้างต้องเปลี่ยนตามพฤติกรรมผู้ใช้ ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เว็บบอร์ดหรือเว็บต่างๆคนเล่นน้อยลง หันมาเล่นกันในโซเชียลมากยิ่งขึ้น แต่เวลาทำลิ้งย้อนกลับในโซเชียล ก็คงจะมีไม่กี่แหล่งนักที่สามารถทำได้และได้รับความนิยมสูง นอกจากนี้ ส่วนมากยังเป็นแบคลิงค์ในรูปแบบ Nofollow อีกด้วยจึงเกิดปัญหา

SEO ที่หัวโบราณก็จะกลับไปเข้าข้างความคิดตัวเองที่ว่ายังไงซะ Backlinks เยอะและแพงยังสามารถทำอันดับได้ดีอยู่เสมอ มันเปรียบเสมือนการหนีปัญหาโดยเข้าข้างตัวเองทั้งที่ความเป็นจริงปัจจุบันให้เรายึดจากพฤติกรรมผู้ใช้งานเป็นหลักว่ามีความนิยมรูปแบบไหน หากเว็บไซต์เราดีอะไรที่จะเป็นตัวบอกบอทว่าเว็บไซต์เราดี เพราะคนเข้าดูเว็บคนอาจจะเห็นว่าดี แต่บอทอาจจะเห็นขัดกัน เราจึงจะต้องทำสองอย่างนี้ไปในทิศทางเดียวกันด้วย ค่อยค่อยศึกษา SEO ไป มันคงไม่ได้ยากเกินตัวนักแต่อาจต้องใช้เวลาในการทดสอบเองซักหน่อย ดีกว่าไปนั่งเชื่อคนอื่นแบบไม่ลืมหูลืมตา

ยากก็ยาก ง่ายก็ง่าย นี่แหละ “Search Engine Optimization”

มีหลายคนที่สนใจด้าน SEO แต่กลัวเพราะคิดว่ามันยาก และจิตตกเวลาวิเคราะห์โน่นนี่แล้วผลที่ได้มันไม่ดีเท่าที่อยากให้เป็นหรือไปเข้ากลุ่มกับคนทำ SEO แล้วเขาคุยกันว่าใครทำแบบไหนได้ผลอย่างไรพอมาเทียบกับของตัวเองแล้วมันด้อยกว่าทำให้เกิดความเครียด แต่จริงๆคือ SEO จะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย มันเป็นแบบนี้จริงๆ

หลายๆคนพยายามใช้ปลั๊กอินต่างๆ บางคนทำเว็บไซด์รองเป็นสิบๆสำหรับทำ BL และทำแบบคุณภาพด้วย บางคนก็หาแนวทางต่างประเทศมาปรับใช้ แต่อันดับก็ไม่ขึ้น เปลี่ยนธีมก็แล้ว ปรับโน่นนี่ก็แล้ว แต่บางคนทำๆทิ้งๆอันดับกลับดี๊ดี มันก็น่าแปลกใจ แต่มันก็เป็นเฉพาะบางครั้งบางเว็บไซด์เท่านั้น ปัจจัยด้านอันดับ SEO มีความหลากหลายยากที่จะเดาทางได้ บางคนแค่เลือกโดเมนดีๆ เลือกโฮสดีๆ มันก็ติดขึ้นมาดื้อๆโดยไม่รู้ตัวก็มี ดังนั้นการทำ SEO ที่น่าจะได้ผลคือการทำแบบธรรมชาติปล่อยให้มันเป็นไปตามกลไกของระบบ เราแค่ทำในสิ่งที่ควรทำกับเว็บไซด์ของเราเช่น ติดตั้งปลั๊กอินเสริมสำหรับการทำ SEO ตรวจคอนเทนต์ ตรวจส่วนต่างๆให้ได้เต็มเปอร์เซ็นต์ของคะแนน SEO โปรโมท และแลกลิงค์ ทำ BL และขยันอัพเดท ทำให้เว็บมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด เน้นความสดใหม่ของคอนเทนต์ ทำไปเรื่อยๆ จัดคีย์เวิร์ดมาสับเปลี่ยนบ้างแต่ให้เน้นคำที่เราต้องการ สร้าง Tag ที่น่าจะเชื่อมโยงมายังเว็บไซด์เรา

การไปคอมเม้นท์โดยติดลายเซ็นเว็บเราในส่วนที่เราทำได้ในเว็บอื่นๆที่เราทำได้ มันก็จะช่วยให้เกิดการเข้ามาถึงเว็บไซด์เราได้ สิ่งต่างๆเหล่านี้คนทำ SEO รู้กันดีและควรให้มันมาแบบธรรมชาติไม่จำเป็นต้องเครียดและอัดกับ SEO มากเพราะปัจจุบันจะว่ากันจริงๆการทำให้เว็บติดหน้าแรกนั้นบางคนไม่สนใจแล้ว เขาสนในใจการโปรโมทแบบเข้าถึงมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มคนค้าขาย ส่วนคนที่ทำเว็บไซด์สำหรับหารายได้ก็จะสนทางด้าน SEO แต่จะเน้นโปรโมทคู่กันไปด้วย เขาแค่คิดว่าทำแบบไหนให้คนมาเว็บเขาเยอะๆพอแล้วไม่จำเป็นต้องง้อการติดหน้าแรกเพราะปัจจุบันความสำคัญของโลกโซเชี่ยลมันเปลี่ยนไม่จำเป็นต้องติดหน้าแรกแต่คนก็รู้จักได้ ดังนั้น SEO ก็เหมือนกันถ้ายึดกับอันดับหน้าแรกๆ จะเครียดไปเปล่าๆ ค่อยๆให้มันโตไปในทิศทางที่เราวางทำเว็บให้มีคุณภาพ ตามแนวทางของเราแล้วใช้การโปรโมท ใช้การแชร์ ให้คนเข้าถึงจะได้ประโยชน์ในส่วนอื่นๆมากกว่ายึดแต่อันดับ SEO เผลอๆ ทำเองก็ได้ไม่ต้องจ้างแค่อ่านข้อมูลแล้วทดลองทำตามรับรองว่า SEO จะกลายเป็นเรื่องง่ายแบบที่คุณคาดไม่ถึง

เผยบทความ… มัดใจ Google ให้อยู่หมัด

เผยบทความ... มัดใจ Google ให้อยู่หมัด

แน่นอนว่าสำหรับการทำเว็บไซด์ และ SEO บทความคือตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ เพราะในบทความจะมีเนื้อหาที่ทำให้คนรู้จักและเข้าใจเรื่องราวของเว็บนั้นๆ และมีคีย์เวิร์ดในการดัน SEO หรือมันคือคำที่จะทำให้คนค้นหาแล้วมาเจอเว็บเรานั่นเอง แล้วบทความแบบไหนล่ะที่ Google ชอบ

คุณภาพชั้นดีและ Google ชอบมาก

1.เนื้อหาบทความไม่ซ้ำกับเว็บใหม่คือ สดๆ ซิงๆ ไม่รีปรินท์ ไม่สปิน ไม่มีคำซ้ำกับเว็บอื่นๆ (ยกเว้นคำเฉพาะทาง ) คำในที่นี่คือรูปประโยค สำนวน ที่ไม่ควรมีซ้ำกับเว็บอื่นๆ แม้ว่ามันจะยากแต่หากทำได้บทความนั้นจะเป็นบทความคุณภาพชั้นดีและ Google ชอบมาก

2.คีย์เวิร์ดสำหรับการทำ SEO แน่นอนว่าคนทำเขาต้องวิเคราะห์คีย์เวิร์ดออกมาแล้วว่าควรใช้คีย์หลักและรองคำไหนบ้าง และจะแทรกเข้าบทความแบบไหนในดูเนียนๆ ไม่สะดุดแม้ว่าคำๆนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับเว็บนั้นๆก็ตาม เพราะบทความไม่จำเป็นต้องตรงกับเว็บไซด์อาจมีการทำบทความคนละแนวสอดแทรกเข้าไปเพื่อให้มีคีย์อื่นๆมาช่วยดันเว็บได้ แน่นอนว่ามันยากและท้าทาย

3.การจัดหน้าบทความในเว็บไซด์ ถือเป็นอีกสิ่งเพราะหากมีบทความคุณภาพ มีคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับการจัดหน้าของเว็บไซด์นั้นๆในการลงบทความจะต้องมีการทำ On page ให้กับเว็บไซด์ การปรับขนาดอักษร การให้ความสำคัญของย่อหน้า หัวเรื่อง การทำให้คีย์เวิร์ดกลายเป็นลิงค์ การทำให้คีย์เวิร์ดค้นหาได้ง่ายเมื่อ Bot วิ่งหรือมีการค้นหา สิ่งเหล่านี้สำคัญมากพอๆกับการเขียนบทความและไม่ควรละเลยหากต้องการทำ SEO ให้ติดอันดับที่ดี

4.การไม่ใช้บทความสปิน หลายๆคนเลือกใช้การสปินบทความเพื่อความรวดเร็วเพราะบางเว็บนั้นมีเว็บลูกหลายเว็บการซื้อบทความหรือจ้างทำบทความหลายคนมองว่าสิ้นเปลืองสู้จ้างเป็นชุดแล้วทำสปินปรับคำใหม่มันประหยัดกว่า แต่หารู้ไม่ว่ามันไม่สดไม่ใหม่และคนอ่านไม่รู้เรื่องแม้ว่าความต้องการคือจะให้ Bot วิ่งเข้ามาอ่านและเก็บข้อมูลก็ตามแต่มันก็ไม่ช่วยหัอันดับดีขึ้น

มัดใจ Google ให้อยู่หมัด

ที่กล่าวมาทั้งหมดหากนำไปปรับใช้รับรองว่าบทความที่ ทำลงเว็บไซด์ นั้นจะมีผลดีและตรงตามความต้องการของ Google และทำให้เว็บไซด์กลายเป็นเว็บคุณภาพ และอย่าลืมความถี่ห่างและเวลาในการอัพเดทบทความลงเว็บและการโปรโมทเพื่อให้ยอดคลิ๊กเข้ามาที่เว็บด้วยหากทำได้รับรองว่าการทำ SEO ให้เว็บไซด์จะประสบผลที่ดีแม้จะไม่อยู่หน้าแรกแต่หากปรับส่วนอื่นก็สามารถทำให้คนค้นหาแล้วเจอเว็บเราได้ง่ายๆเหมือนกัน

บทความแบบไหนล่ะที่ Google ชอบ

การอ่านคือการจุดประกายความคิดให้คนทำเว็บจริงไหม

การอ่านคือการจุดประกายความคิด

การอ่านคือการจุดประกายความคิดให้คนทำเว็บจริงไหม

มีหลายคนสงสัยว่าบรรดาคนทำเว็บทั้งหลายเขามีไอเดียอะไรกันนะ ถึงสามารถทำเว็บไซด์ได้หลากหลาย หรือหาข้อมูลต่างๆ มาใส่ในเว็บไซด์ได้ตลอดเวลา สิ่งที่จะช่วยให้มีไอเดียนั้นอันดับต้นๆ คือ การอ่าน ไม่ว่าจะอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ อ่านจากเว็บไซด์ไทย หรือ ต่างประเทศ ไอเดียก็เกิดขึ้นได้ เพราะมันช่วยกระตุ้นความคิดคนเราได้

เทคนิค SEO

เชื่อหรือไม่ว่ามีนักทำเว็บและ seo

บางคนหาแรงบันดาลใจจากการอ่าน ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนคิดว่าเขาเหล่านั้นอ่านพวกแนวทางทำเว็บ หรือ อ่านเทคนิคอื่นๆ ที่ตัวเองไม่เคยรู้ จริงๆแล้วมันก็ใช่ แต่ไอเดียที่หลากหลายจากที่ต่างๆจะทำให้ครีเอทงานได้หลากหลายไม่เว้นแม้แต่ seo เพราะการทำ seo หลักๆคือการทำเว็บให้ติดอันดับ ทำเว็บให้มีคนค้นหาเจอได้ง่ายที่สุดในเรื่องที่คนค้นหา แน่นอนว่ามันก็ต้องเกี่ยวกับ คีย์เวิร์ด และคีย์เวิร์ดก็โยงมาบทความ บทความก็โยงมาการอ่าน เห็นไหมว่ามันเกี่ยวข้องกัน บางครั้งหากคิดอะไรไม่ออก ปั่นคีย์เวิร์ดไม่ขึ้น ก็ลองหาอะไรมาอ่านแก้เซ็ง ไม่ว่าจะหนังสือการ์ตูน หรืออ่านคอนเทนต์ต่างๆ แก้เซ็ง มันก็ช่วยให้เราเห็นไอเดียจากการอ่านได้ อย่างน้อยๆ บางคนอ่านเรื่องโน้นนี่ จากเว็บหรือหนังสือ ก็มีจินตนาการในหัวว่าถ้าเป็นเขาทำ หรือเขาเขียนเขาจะทำมันแบบไหน เห็นไหมว่าไอเดียมาแล้ว

การอ่านจะทำให้เรามีจินตนาการ

และเราก็เอามันมาต่อยอดในงานได้ เพราะการอ่านจะทำให้เรามีจินตนาการ

ที่แตกต่างจากที่ตัวหนังสือเสนอมาให้เรา และการอ่านทำให้เรามีสมาธิแน่นอนว่าเมื่อมีสมาธิไอเดียดีๆก็จะวิ่งเข้ามาในหัวเราทำให้เราคิดงานที่คั่งค้างได้ หรือการอ่านหาความรู้ต่อยอดจากสิ่งที่เราทำก็เป็นสิ่งที่ดีและช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย สำหรับคนทำเว็บ และ seo ความรู้มันไม่เคยมีสูตรสำเร็จ และไม่มีคำว่าตายตัว มันพลิกแพลงได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และไม่เคยมีใครบอกว่าตัวเองเก่ง 100% ในวงการ seo มีแต่ทำสำเร็จกับไม่สำเร็จเท่านั้น ซึ่งมันก็มีปัจจัยมากมายที่ทำให้เราทำ seo หรือ เว็บไซด์ล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ แต่ไม่ว่าอย่างไรการอ่านจะทำให้เราหาหนทางหรือหาแนวทางใหม่ๆได้ ดังนั้นเราก็ถือได้ว่าการอ่านคือการจุดประกายความคิดให้คนทำเว็บ และ seo ได้จริงๆ

รู้จัก SEO แบบเข้าใจง่าย

แต่มันขึ้นอยู่กับว่าจะต่อยอดได้มากน้อยแค่ไหน แม้ว่าบางครั้งสิ่งที่เราอ่านเจอมันอาจจะสวนทางกับแนวทางของเราที่ทำแต่มันก็น่าลองและบางทีมันอาจจะทำให้เรามีแนวทางใหม่ๆและทำให้เว็บของเราดีขึ้น และอันดับ seo ของเราดีขึ้นได้เช่นกัน

เรียนรู้เทคนิค SEO จากการวิเคราะห์เว็บชาวบ้าน

นอกจากการทำ SEO เราจะสามารถหาข้อมูลความรู้ได้จากร้านหนังสือและตำราออนไลน์ทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่ความรู้ที่จะสามารถนำไปใช้เองได้ตลอดชีวิตตราบที่เรายังในการทำอันดับในเสิร์จเอ็นจิ้นอยู่ เพราะข้อมูลที่ในหนังสือเขียนก็ไม่ต่างจากหนังสือสอนเล่นหุ้น มันมาจากความน่าจะเป็นทั้งสิ้น ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวอย่างใดอย่างหนึ่งเลยเพราะว่ากลไกการจัดอันดับนั้น ไม่มีผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นคนไหนออกมาบอกอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเว็บบริการของเค้าจะต้องเจ๊งไม่เป็นท่าอย่างย่อยยับ เนื่องจากคนจะหันมาทำอันดับกันเองแทนการลงโฆษณาผ่านแสดงสินค้านั้นนั่นเอง

และเช่นเดียวกัน Google ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ปกปิดข้อมูล แต่อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ยากเกินไปนักที่เราจะสามารถดูว่าเว็บไซต์ไหนที่เราจะสามารถทำอันดับเว็บของตัวเราเองให้มีอันดับหน้าแรกได้ อย่างไรหลักการง่ายง่ายก็คือวิเคราะห์จากผลการค้นหาของเว็บไซต์ที่ติดอันดับอยู่แล้วนั่นแหละ หรือก็คือการแกะรอยข้อมูลของเว็บไซต์ที่ถูกจัดอันดับในหน้าแรกในหลายๆคีเวิร์ด อย่าไปโฟกัสแค่ว่าคีย์ที่เราต้องการจะทำ เราถึงจะดู แต่อยากให้ดูแต่ละกลุ่มตลาดหลายๆแบบมาเป็นตัวประกอบกัน ว่าแต่ละเว็บไซต์ที่ติดอันดับในหน้าแรกของแต่ละกลุ่มคำค้นหา มีจุดไหนที่มีเหมือนกัน และมีจุดไหนที่ต่างกันออกไป

แนะแนวทาง SEO

จับจุดเหมือนมาใส่เว็บของเรา

เมื่อเราพยามวิเคราะห์หลากหลายเว็บไซต์และพยามหาจุดที่มีเหมือนเหมือนกัน เราก็เพียงเอาข้อเหล่านั้นมาทดลองกับเว็บไซต์ของเราเอง ซึ่ง 80% มันจะออกผลลัพธ์มาในเชิงบวก เพราะว่า Website ที่ถูกติดอันดับหน้าแรกของ Google ย่อมมีการทำในรูปแบบที่ถูกหลักการจัดอันดับอัลกอริทึ่มของ Google เว็บจึงถูกจัดอันดับมาหน้าแรกนั่นเอง ถึงแม้จะไม่รู้ข้อมูลทางทฤษฎีในรูปแบบค่ากำหนดตายตัวต่างๆ เพราะไม่มีเว็บบริการค้นหาที่ไหนมาบอกเรา เราก็สามารถวิเคราะห์ได้จากความเป็นไปได้ของเว็บไซต์ที่ติดอันดับในหน้าแรกและนำมาทดลองกับเว็บไซต์ของเรา

รับรองว่าวิธีนี้ ต่อให้เป็นคำค้นหาทำอันดับยากลำบากอย่างกลุ่มพนัน ไม่ว่าจะเป็น เอสบีโอเบท 928 ผลบอล หรือคำอื่นๆก็ตาม มันก็จะมีทฤษฎีเดียวกันทั้งหมด เราจึงสามารถเรียนรู้ได้จากการดูเว็บไซต์ของชาวบ้านแล้วนำมาปรับแต่งให้เข้ากับเว็บไซต์ของเราในทางที่เหมาะสม อย่าไปพยายามหาจุดต่างของแต่ละเว็บ แต่พยามไปหาจุดเหมือนกันของแต่ละเว็บเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

ดู Code ออนเพจของเว็บไซต์คู่แข่ง แล้วนำมาปรับปรุงให้เว็บของเรา

ในเรื่องของ Off Page นั้นสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงติดตามแกะรอยกันได้อย่างง่ายดาย เพราะมีเครื่องมือเกี่ยวกับ Analytics ต่างๆที่จะคอยอำนวยความสะดวกให้กับเรา เพื่อที่จะใช้ในการช่วยให้เรารู้เว็บคู่แข่งว่าอดีตที่ผ่านมาเคยทำอะไรแต่บ้าง มีลิงค์จากแหล่งไหนที่มีความสำคัญ เคยถูกคู่แข่งรายอื่นโจมตี Off Page ด้วยการยิงลิงค์เข้ามาจำนวนมากหรือไม่ และมีจุดบกพร่อง จุดน่าสนใจตรงไหน ที่เราสามารถนำไปใช้กับเว็บไซต์ของเรา ข้อมูลเหล่านี้เราสามารถติดตามแกรอยเขามาได้ทั้งหมด

นอกจากเรื่องของ Off Pages ก็ยังมีเรื่องของออนเพจที่เราไม่ควรมองข้ามเช่นเดียวกัน เพราะในส่วนของ On Page นั้น หากเราปรับปรุงออกมาได้ดี การที่จะทำ Off Pages ให้เหนื่อยก็จะลดภาระค่าแรงลงไปได้เยอะเลยทีเดียว ไม่ต้องออกแรงในการหาลิ้งราคาแพงเข้ามาจำนวนมาก ประเด็นก็คือการทำ Off Page นั้นมันไม่ได้ง่ายเสมอไป เนื่องจากเครื่องมือการวิเคราะห์ต่างๆมีไม่ได้เยอะเหมือนการวิเคราะห์ในด้านของ Off Page การปรับออนเพจนั้นจริงๆมันไม่ยาก มีการตรวจสอบเว็บของคู่แข่งง่ายอยู่นิดเดียว นั่นคือการส่องโค้ดโครงสร้างเว็บไซต์เขานั่นเอง บางทีเราไม่จำเป็นต้องพยายามหาเครื่องมือต่างๆมาช่วยในการวิเคราะห์ แต่เราจำเป็นที่จะต้องมีความรู้พื้นฐานเรื่องของภาษา HTML หรือพวก Java script ไว้บ้าง

กลไกลการทำออนเพจ seo

หากใครที่ไม่มีความรู้พื้นฐานในส่วนของภาษา HTML ก็ควรจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อก่อน เพราะภาษานี้มันเป็นพื้นฐานของการทำเว็บไซต์เลยก็ว่าได้หากเราขาดความรู้เรื่องของภาษา HTML การจะต่อยอดความสามารถในเรื่องของ SEO จะเป็นไปได้ยากในส่วนของภาษาจาวาสคริปหรือเจคิวรี่ ภาษาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องศึกษาอย่างลึกซึ้ง ดูแค่ระดับพื้นฐานก็พอ เมื่อเราดูโครงสร้างเว็บของคู่แข่งเรียบร้อยแล้ว ดูว่ามันมีจุดไหนบ้างที่จะช่วยมาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ของเรา บางคนถึงขั้นก๊อปปี้โค้ดของคู่แข่งมาแล้ว เปลี่ยนเนื้อหา Website ของเราแต่วิธีนี้มันน่าเกลียดเกินไป เราควรดูศึกษาไว้เป็นกรณีเฉยๆว่าโครงสร้างของเขามีความง่ายหรือซับซ้อนมากเพียงใด

เว็บไซต์ที่ติดอันดับดี มักจะจะมีโครงสร้างเว็บที่ดูง่าย มีความรวดเร็วในการโหลดโครงสร้างหน้าเว็บไซต์เพราะ Google เองก็ชอบเว็บที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานให้ดูง่าย เข้าถึงง่าย ไม่รกรุงรัง ไม่โหลดนาน เรื่องพวกนี้มีความจำเป็นอย่างมาก เมื่อเราทำการกระรอยต่างๆจนชำนาญ การที่เราจะมีอันดับเว็บดีขึ้น ไรือจะเขียนโครงสร้าง Theme ขึ้นมาเองเพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพ SEO ให้ดียิ่งขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ประหยัดต้นทุนด้วยการ Group Buy Tools SEO

เครื่องมือในการทำ SEO นั้น มีอยู่หลายเครื่องมือด้วยกัน ที่มีความจำเป็นในการวิเคราะห์เว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกของ Google ทั้งในเรื่องของการวิเคราะห์เว็บไซต์ของตัวเราเอง รวมไปถึงการวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งว่าเคยผ่านการทำเอสซีโอในรูปแบบไหนมาบ้าง แต่ปัญหาก็คือต้นทุนของเครื่องมือเหล่านี้ มีค่าใช้จ่ายที่สูง ยิ่งเครื่องมือที่จำเป็นมากเท่าไหร่ ใช้งานได้ดีมากเท่าไหร่ ค่าบริการรายเดือนก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย การทำเอสซีมืออาชีพมีการให้บริการแก่ลูกค้าหลายเว็บไซต์ ก็อาจจะมีจุดคุ้มทุนอยู่บ้าง แต่ในทางกลับกันหากเป็นนักทำเว็บไซต์ส่วนบุคคลการที่จะต้องไปเสียเงินเพื่อเช่าเครื่องมืออำนวยความสะดวกเหล่านี้ในแต่ละเดือน จะทำให้งบการทำอันดับขาดทุนก็เป็นได้ โดยเฉพาะธุรกิจเล็กๆที่ทำกำไรได้น้อยก็ไม่อยากจะเอาเงินมาลงทุนส่วนนี้สักเท่าไหร่

ทางเลือกที่ดีกว่าก็คือการหาคนหารร่วมหรือก็คือ SEO Group Buy ถึงแม้ว่า Tools SEO ต่างๆ จะมีข้อจำกัดเรื่องของจำนวน IP ที่จะเข้าใช้งานว่าห้ามล็อกอินจากหลาย IP เข้ามาพร้อมกัน ซึ่งเป็นช่องทางการปิดโอกาสให้กับผู้คนที่ต้องการหาร่วมแล้วใช้ราคาถูก แต่จริงๆแล้วก็ยังมีวิธีการเลี่ยงให้สามารถใช้หารร่วมได้อยู่นั่นคือการใช้ Proxy นั่นเอง หากว่าเราไม่มีความชำนาญเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคนบุกเบิกที่จะทำบราวเซอร์ที่ตั้งค่าไว้ให้ต้องล็อกอินผ่าน Proxy เท่านั้นจึงจะสามารถใช้ได้ให้ยุ่งยากวุ่นวาย เพียงแค่เราลองหาเว็บไซต์เปิด Group Buy ของต่างประเทศ เข้ากลุ่มหารร่วมของชาวต่างชาติหลายคนที่เป็นนักทำ SEO เช่นเดียวกับเรา เค้าจะมาหารรวมเครื่องมือต่างๆที่มีความจำเป็น เราชอบเครื่องมือไหนก็เข้าไปลบเอ็นจอยกับเค้าได้

เครื่องมือที่แนะนำมาก็อาทิเช่น Ahrefs, Majesticseo, Moz เครื่องมือที่เกริ่นมาข้างต้นนี้ มีความจำเป็นระดับพื้นฐานของนัก SEO ที่ต้องการทำอันดับหลายเว็บไซต์ ต้องการวิเคราะห์คู่แข่งในเชิงลึก รวมไปถึงรับเป็นผู้ให้บริการเอสซีโออย่างเต็มรูปแบบ หากว่าเราต้องมาเช่าเองคนเดียวหมดแต๋วเดือนคงต้องเสียงเงินหลักหมื่นโดยไม่จำเป็น จะดีกว่าถ้าเราสามารถหากลุ่มหาโดนได้วิธีนี้จะช่วยประหยัดต้นทุนได้อย่างแน่นอน หากกำลังหาใช้เครื่องมือไหน ลองพิมพ์ Google ว่า “group buy” แล้วตามด้วยชื่อ tools นั่น มันอาจจะประหยัดต้นทุนได้มาก

อยากรู้ SEO ต้องทำแบบไหนในปัจจุบัน ดูเว็บที่ติดหน้าแรกสิ

สิ่งที่หลายคนมักมองข้ามไปในการทำ SEO ชอบมองว่าเรื่อง SEO เป็นอะไรที่ยุ่งยากปวดหัว คิดเยอะไปเรื่อย พยายามหาสูตรสำเร็จแบบทำวันนี้ พรุ่งนี้เว็บไซต์มาหน้าแรกทันที คนกลุ่มนี้มีเยอะมากในวงการ SEO พยายามหาเคล็ดลับทางลับๆต่าง บางคนหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ บางคนเจอแต่ใช้ได้ชั่วคราว พอเวลาผ่านไป Google ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อทำลายคนทำเออีโอสายดำ สุดท้ายเขาเหล่านั้นก็ต้องมานับ 1 ใหม่แบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่จะรวยอย่างยั่งยืนจากการทำอาชีพนี้สักทีล่ะ…

แท้จริงแล้วการทำ SEO มันไม่ได้ยากขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้ง่าย เราต้องเข้าใจกลไกการจัดอันดับโดยรวมของ Google หรือ Search Engine เจ้าอื่นที่เราต้องการทำให้ติดอันดับ ถึงแม้ว่าจะมีการอัพเดทตัวแปรในการทำดัชนีผลการค้นหาอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ใช่ว่ามันจะเปลี่ยนโครงสร้างทั้งหมดจากพื้นฐานเดิม อย่างที่คนในวงการรู้กัน กูเกิ้ลมีการใช้ตัวแปรมากกว่า 200-300 ปัจจัยที่ใช้มาอ้างคำนวนในการทำอันดับของเว็บไซต์ แถมแต่ละปัจจัยยังคงเป็นความลับของทาง Google เองด้วย ไม่มีการเผยแพร่ นักทำ SEO ล้วนแต่พยายามคาดเดาความเป็นไปได้ในปัจจัยต่างๆและคิดเอาเองว่ามันน่าจะใช่สิ่งเดียวกับที่ตัวเองคิด การคิดแบบนี้เป็นการเข้าข้างตัวเองอย่างมาก เพราะมันคือการมโนโดยไม่มีข้อมูลอะไรอ้างอิงได้เลย หากใช้แต่ความมโน ถาม 100 คนก็คงตอบออกมาไม่เหมือนกันแน่นอน จะง่ายว่าไหมหากเรารู้จัก Search Engine Optimization Tips ในฉบับที่เข้าใจง่าย ไม่ต้องมาคาดเดาสุ่ม ที่สำคัญ มีการอ้างอิงจากผลลัพธ์จริงด้วย นั่นคือ “วิเคราะห์จากเว็บที่ติดหน้าแรก”

รู้จัก SEO แบบเข้าใจง่าย

แกะรอยเว็บติด Top 10 ในผลการค้นหา

เคล็ดลับที่แสนง่ายในการดูว่าแต่ละช่วงเวลา การทำ SEO แบบไหนยังคงได้ผลอยู่ แบบไหนไม่ได้ผลแล้ว ต้องออกแบบเว็บอย่างไรจึงจะดี เพียงแค่ดูเว็บที่ติด TOP 10 ในหลายคีย์แล้วนำจุดที่แต่ละเว็บมีเหมือนกัน ใช้เหมือนกัน ทั้งในเรื่องออนเพจและออฟเพจมีลองปรับเข้ากับเว็บไซต์ดู ให้เราคิดง่ายๆว่าเว็บไซต์ที่ติดหน้าแรกของผลการค้นหานั่นมันต้องสร้างเว็บไซต์โดยรวมได้ตรงกับความต้องการของ Search Engine แต่ละแห่งนั่นเอง เช่น กรณีเราจะทำ SEO คำว่า FIFA55 ให้ลองเสิร์จคำนี้ใน Google ดูก่อนแล้วไล่แกะ TOP 10 ของคีย์เวิร์ดนี้มาดูว่าแต่ละเว็บมีส่วนไหนที่เหมือนกัน ส่วนไหนที่ต่างกัน โครงสร้างเว็บซับซ้อนมากแค่ไหน แหล่งที่มาของลิ้งเป็นรูปแบบใดเป็นหลัก แต่ละเว็บคล้ายกันมากหรือน้อย นอกจากนี้ ยังควรดูพวกคีย์รองที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน อาทิ ฟีฟ่า55 FIFA555 เว็บฟีฟ่า ซึ่งพวกคำย่อยถ้าเราไม่รู้คีย์เวิร์ดรองในกลุ่มนั้น ก็สามารถใช้คีย์เวิร์คที่ Google แนะนำในช่วงท้ายของหน้าผลการค้นหามาใช้ดูเพื่อวิเคราะห์ได้

ที่ทำแบบนี้ เพราะบางทีเว็บที่ติดอันดับคีย์หลักสูงๆ อาจไม่มีอันดับในคีย์รองเลย และอาจมีบางเว็บที่อันดับในคีย์หลักมาพอสมควรอาจไม่สูงนัก แต่มีติดคีย์รองเพียบเป็น 10-20 คำ ถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องดูว่าเพราะสาเหตุอะไร ค่อยๆไล่แกะไปเรื่อยๆน่าจะพบคำตอบได้ไม่ยากนัก อันไหนมันดูงงก็ข้ามไป อันไหนแต่ละเว็บมีการนำมาใช้เหมือนกันและติดอันดับผลการค้นหาดีก็โน๊ตจดจำไว้ สุดท้ายก็ต้องมาดูว่า การเน้นเฉพาะคีย์หลัก กับการหว่านคีย์รองและหลักให้ไปพร้อมกัน แบบนี้จะทำเงินดีและความเสี่ยงต่ำกว่า ของพวกนี้ไม่ได้ยาก SEO ไม่ใช่เรื่องที่ต้องพยายามมโนขึ้นมาเองในหัว แต่เราสามารถใช้ประโยชน์จากผลการค้นหานำมาประยุกค์ใช้กับเว็บของตนได้ วิธีนี้คือการเรียนรู้ SEO ที่ดีและถูกต้องที่สุด ไม่ต้องไปหลงเชื่อคารมของเหล่าเซียนในแวดวงการนี้ เพราะเขาเหล่านั้นก็ไม่ได้รู้คำเฉลยของ Search Engine แต่ละค่ายเช่นเดียวกับเรา หน้าที่ของการทำเว็บให้ติดอันดับดีๆคือ สังเกตุ เรียนรู้ ทดลอง แค่นี้รับรองว่างาน SEO จะไม่ปวดหัวเหมือนอย่างที่เป็นอีกต่อไป