อันดับ Google ดีแล้ว Yahoo กับ Bing จะดีไปด้วยไหม ?

คำถามยอดฮิตที่คนใหม่ที่เข้าวงการมาสงสัยกันอยู่มาก หากเว็บไซต์ของเราทำทั้ง On Page และ Off Page จนอันดับติด Google หน้าแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันจะส่งผลให้ Search Engine อย่างพวก Yahoo, Bing, Baidu, Ask หรือเว็บค้นหาอื่นๆมีอันดับดีตามไปด้วยไหม จากที่ได้อ่านคอมเม้นจำนวนมาก นักทำ SEO หลายคนก็มีทั้งบอกว่าดีขึ้นตามไปด้วย และบางส่วนก็บอกว่าไม่ได้มีอันดับดีตาม Search Engine Google ทำให้เป็นคำถามที่ไม่จบไม่สิ้น คนใหม่เข้ามาอ่านก็ได้แต่ต้องสุ่มเลือกว่าจะเชื่อใครดีหนอ แต่ละความเห็นไม่เหมือนกัน ถูกแบ่งออกเป็นสองมุมมองอย่างชัดเจน แล้วสรุปความเป็นจริงมันเป็นอย่างไรกันแน่…

สำหรับตัวผู้เขียนเองมีความเห็นในกลุ่มหลัง นั่นคือเชื่อว่าว่าถึงแม้ใน Search Engine อันดับ 1 อย่าง Google เว็บไซต์ของเราจะติด Top 1 ก็ตาม ก็คงไม่ได้ส่งผลให้อันดับใน Seaech Engine เว็บอื่นมีอันดับดีตามไปด้วย เราต้องมองให้ออกว่าแต่ละเว็บไม่ได้เป็นบริษัทเดียวกัน ต่างคนต่างผลิตเครื่องมือค้นหามาแข่งกันในตลาดกลุ่มนี้ แน่นอนว่าปัจจัยการทำอันดับย่อมแตกต่างกันพอสมควรเลย คงเป็นเรื่องตลกไม่น้อย ถ้าวันนี้ Bing เห็นว่าคนนิยมใช้ Google มากที่สุด Bing เลยพยายามที่จะให้ผลการค้นหาของตัวเองออกมาเหมือนในผลการค้นหา Google การทำแบบนี้ก็เหมือนเป็นผู้ตามเขา ไม่มีวันขึ้นแซงได้แน่นอน และที่สำคัญกว่านั้นคือ เป็นไปได้ยากมากที่แต่ละผู้ให้บริการเว็บค้นหาจะรู้กลไกการจัดอันดับของกันและกัน เพราะนี่คือความลับในทางธุรกิจ หากถูกเผยแพร่ออกหมดเปลือกย่อมทำให้ธุรกิจเจ้านั้นเจ๊งอย่างแน่นอน หากรู้ว่าคนเริ่มจับทิศทางตัวแปรคำนวนอันดับได้เยอะเกินไป ก็จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการคำนวนอันดับใหม่ ไม่งั้นคนจะทำ SEO กันเองหมดเพราะรู้ความลับทุกเงื่อนไขที่ใช้คำนวนอันดับแล้ว คงไม่มีคนมาลงโฆษณา

สแปมลิงค์ทำอันดับใน Yahoo กับ Bing ง่ายกว่า Google

จากที่ลองทดสอบมา Search Engine อย่าง Bing หรือ Yahoo ก็ตาม จะทำอันดับง่ายกว่า Google ถ้าเราทำในวิธีการสแปมลิงค์อย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีหลายเว็บที่ต้องล้มหายตายจากไปเหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะโดนทั้งหมด ยังคงมีอยู่หลายเว็บที่อันดับดีแม้จะทำแบบสแปมลิงค์เข้ามาเยอะๆก็ตามที่ ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่ากับ Google เพราะเราจะหวังเรื่องการทำอันดับให้ง่ายอย่างเดียวคงไม่ได้ เราต้องดูปริมาณค้นหาของผู้ใช้งานด้วย ถ้าเว็บอันดับใน Yahoo และ Bing ดี แต่ปริมาณค้นหาน้อย การทำ SEO ของ Search Engine 2 ตัวนี้ก็อาจไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปสักเท่าไหร่

ถึงแม้ว่าตัวแปรในการคำนวนอันดับของแต่ละเจ้าจะต่างกันอยู่พอสมควร ก็ไม่ใช่ว่าอันดับจะไม่มาเลยในเว็บค้นหาอื่นๆ มันอาจจะมาพร้อมกันในบางเว็บไซต์ บางทีเราอาจทำเว็บไปโดนจุดสำคัญที่ทำให้เว็บอันดับดีขึ้นในหลายผู้ให้บริการเว็บค้นหา ก็จะทำให้อันดับโดยรวมของแต่ละเว็บค้นหาดีขึ้น แต่มันไม่ใช่ทุกครั้งที่จะเป็นแบบนั้น เราควรเลือกทำอันดับเว็บค้นหาเว็บเดียวพอ จะได้ปรับแต่งเว็บและสร้างลิงค์ย้อนกลับได้อย่างมีแบบแผนชัดเจนมากกว่า หากคาดหวังให้ทุก Search Engine ดีพร้อมๆกันหมด เวลาปรับแต่งเว็บจะลำบากมาก แทบทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะปรับเว็บที เว็บค้นหาแรกอันดับดีขึ้น แต่เว็บค้นหาที่สองกลับอันดับร่วง แล้วจะทำยังไงล่ะ โฟกัสแค่ Search Engine เว็บเดียวไปเลยแล้วที่เหลือขึ้นตามก็ดี ไม่ขึ้นก็ไม่เป็นไร แบบนี้น่าจะดีกว่า

ความสำคัญของ Meta Tags บนหน้า SERP

ถ้าเรายังไม่เคยได้ศึกษา SEO อย่างละเอียด อาจจะไม่รู้ว่า Meta Tags คืออะไร มันคือ Tags ภาษา HTML ทั่วไปนี่แหละ ไม่ได้เป็นศัพท์เฉพาะในทาง SEO เลย และมักจะถูกใส่ไว้อยู่ในระหว่างแท็ก Head ด้านบนของเว็บ แต่ที่เราต้องมาทำความรู้จักกันสักหน่อย เพราะมันค่อนข้างสำคัญไม่น้อยในเรื่องของการทำ SEO ตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน มันจะเป็นสิ่งที่ไว้แสดงผลให้ผู้ที่กำลังค้นหาข้อมูลได้เห็นบน SERP เราอยากจะให้ข้อมูลเว็บเราโชว์ข้อความแบบไหนก็สามารถปรับแต่งได้ เพื่อที่จะให้ดูน่าสนใจและชวนให้ผู้ใช้คลิกเข้ามาดูยังเว็บไซต์ของเรานั่นเอง

โดยปกติแล้ว เวลาเราค้นหาข้อมูลผ่าน Web Search Engine Google เราจะพบข้อมูลของแต่ละเว็บไซต์ที่จะแบ่งออกได้ 3 ส่วนหลัก นั่นคือส่วนของข้อความสีน้ำเงิน จะเรียกส่วนนี้ว่า Title ของเว็บไซต์ และตามด้วยแถบตัวอักษรสีเขียวที่เป็น URL ของเว็บไซต์เรา และส่วนสุดท้ายคือข้อความสีดำ อาจยาวประมาณ 1-2 บรรทัด ส่วนนี้จะเรียกว่ารายละเอียดของเว็บไซต์ นอกจากนี้ บางเว็บไซต์อาจจะมีเมนูย่อยอื่นๆโผล่มาด้วย ซึ่งก็แล้วแต่ว่ากลไลโครงสร้างของหน้าเว็บจะถูกนำมาประมวลผลแบบไหน บางเว็บไซต์มีการสร้างตำแหน่งธุรกิจของตนเองไว้ใน Google Business ด้วย เวลาค้นหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องของเว็บไซต์เหล่านั้น อาจจะเจอข้อมูลของเว็บในส่วนของแผนที่และเบอร์โทรติดต่อ ซึ่งจะเพิ่มความน่าสนใจเพิ่มขึ้นไปอีก

Meta Tags มีผลอย่างไรกับผู้ใช้งาน ?

เมื่อ Search Engine จับข้อมูลต่างๆของเว็บไซต์เรานำไปประมวลผลและจัดอันดับให้บนหน้าผลการค้นหา สิ่งที่จะเป็นข้อมูลที่ถูกนำไปแสดงผล ก็คือมันจะเข้ามาจับข้อมูลส่วนของ Title เว็บไซต์ และนำไปแสดงผลในส่วนของข้อความสีน้ำเงินบนหน้า SERP หากว่าเราเขียน Title ของเว็บไซต์ได้น่าสนใจ อย่างเช่นระหว่าง Title “หน้าขาว หน้าใส ราคาถูก ใช้ดีจริง” กับ “ครีมหน้าขาว เห็นผลใน 7 วัน คลิกสั่งซื้อเลย” เวลามีผู้ใช้งานค้นหาเจอเว็บไซต์ของเรา คิดว่าเขาจะสนใจคลิกอันไหนมากกว่ากัน.. ? บางทีต่อให้เราขึ้นติด Top 1 ของผลการค้นหา แต่เขียนไตเติ้ลเว็บไซต์ไม่น่าสนใจ เว็บไซต์ที่ติด Top 2 อาจจะมีคนเข้าเว็บเยอะกว่าเราก็เป็นได้ สำหรับ Title ถือเป็นส่วนสำคัญมาก ดังนั้นเราก็ควรจะเขียนให้ดูน่าสนใจชวนคลิกเข้าเว็บไซต์ แต่อย่าลืมเรื่องคีย์เวิร์ดด้วย ในไตเติ้ลควรจะมีคีย์เวิร์ดที่เราต้องการให้ติดอันดับไว้ด้วย เพื่อให้การทำ SEO ง่ายขึ้น

ส่วนของ URL ก็จะมีความสำคัญอยู่บ้าง ระหว่างคนค้นหาเจอ URL แบบ aaa.com/?p=12 กับแบบ aaa.com/creambeauty อันหลังนี้ก็ย่อมให้ความน่าสนใจมากกว่า แถมยังส่งผลดีในเรื่อง SEO ด้วยถ้า URL มีคีย์เวิร์ดที่เราต้องการทำอันดับปนอยู่ ส่วนสุดท้ายที่สำคัญคือ Description หรือเนื้อหานั่นเอง หากเรามีการกำหนด Meta Tags Description ไว้ในส่วนของ Head ทางบอทของกูเกิ้ลเองก็จะมาเก็บข้อมูลส่วน Meta Tags Description นี้แหละไปแสดงผลในส่วนของรายละเอียดเว็บไซต์บนหน้า SERP หากอยากให้โชว์ข้อมูลแบบไหนที่หน้าผลการค้นหา เราสามารถใช้ Meta Tags นี้ช่วยได้ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการคลิกเข้ามายังเว็บไซต์แก่ผู้ใช้งาน

ความเปลี่ยนแปลงในอดีตถึงปัจจุบัน

เมื่อสมัยแรกๆที่ Google ได้ออกมาพูดให้ความสำคัญเรื่องของ Meta Tags ช่วงนั้นเว็บไหนใส่ Meta Tags ครบ ก็มักจะมีอันดับดีกว่าเว็บที่ไม่ได้ใส่ Meta Tags แต่เดี๋ยวนี้พฤติกรรมผู้ใช้ก็แปรเปลี่ยนไปบ้าง ระบบคำนวนอันดับก็ต้องเปลี่ยนแปลงตาม เรื่องของ Meta Tags อาจถูกลดความสำคัญไปบางส่วน แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม แบบเมื่อก่อน Meta Tags Keywords นักทำ SEO นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะเป็นตัวบ่งบอกว่าเว็บเราเกี่ยวกับคีย์เวิร์ดไหน จนเกิดการสแปมคีย์เวิร์ดในแท็กนี้ ทำให้การให้คะแนนแท็กนี้ถูกลดความสำคัญลงอย่างมาก เรียกได้ว่า จะใส่หรือไม่ใส่ Meta Tags Keywords ผลก็ไม่ต่างกันมาก อีกเรื่องหนึ่งก็คือแท็ก Description ที่เดี๋ยวนี้ต่อให้เราระบุเนื้อหาไว้ในแท็กเรียบร้อยแล้ว บ่อยครั้งที่บอท Google เลือกที่จะเก็บข้อมูลเนื้อหาส่วนอื่นของเว็บเรามาแสดงผลแทน มักจะไปเอามาจากแท็ก Body ของเว็บไซต์แทน Meta Tags Description แต่บางเว็บก็ยังคงแสดงผลเนื้อหาจาก Meta Tags Description อยู่ ในอนาคตเราก็ไม่มีทางรู้ได้อีกเช่นกันว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรอีกหรือไม่ แต่ปัจจุบันนี้หากต้องการทำเว็บให้ติดอันดับดีและชวนน่าคลิก ก็อย่าลืมใช้ Meta Tags เข้าช่วย อนาคตค่อยว่ากัน ตอนนี้ทำในสิ่งที่ควรทำไปก่อน

ที่ยกตัวอย่างมามีเพียงแค่ 3 ส่วนเท่านั้น คือ Title ของเว็บ Meta Tags Description และ Meta Tags Keywords จริงๆยังมี Meta Tags อื่นอีกเยอะพอสมควรที่อาจมีส่วนช่วยในเรื่อง SEO หรืออาจไม่ได้มีส่วนช่วย SEO แต่ไปช่วยในเรื่องของการอ่านข้อมูลหน้าเว็บไซต์แทนอย่างพวก Meta Tags Charset เป็นต้น หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องแท็กเหล่านี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับภาษา HTML หรือจากลิงค์นี้ก็ได้ >> https://goo.gl/0Nphyo

เทคนิคง่ายๆ การค้นหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเว็บของเรา

เราคงเคยได้ยินมาอยู่เสมอว่า Backlinks ที่น่าจะเหมาะกับเว็บไซต์ของเรามากที่สุด ควรจะเป็นเว็บไซต์ที่มีเรื่องราวไปในทิศทางเดียวกัน ยกตัวอย่างคือ หากเราทำเว็บไซต์ขายอะไหล่รถยนต์ หากเราได้รับลิงค์ย้อนกลับจากพวกเว็บรถยนต์ก็คงจะดีกว่าได้ลิงค์ย้อนกลับจากพวกเว็บเครื่องสำอางค์อย่างแน่นอน แต่เราจะไปหาได้จากไหนล่ะ ส่วนใหญ่ที่แจกรายชื่อเว็บให้เข้าไปทำลิงค์ฟรีกันจะเป็นเว็บซื้อขาย เว็บเฉพาะทางไม่ค่อยมีคนแจกรายชื่อเว็บกันหรอก แต่ Google มันพิเศษกว่านั้น คือมันมีวิธีค้นหาเว็บที่สามารถค้นตามเงื่อนไขที่เราตั้งไว้ได้โดยการค้นหาในรูปแบบผ่านคำสั่ง วันนี้เราจะมาดูสัก 2 คำสั่งที่จะช่วยให้เราหาเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บเราได้แบบไม่ยาก

คำสั่งแรก inurl: สำหรับคำสั่งนี้จะหมายถึงเราต้องการให้ Google ทำการแสดงข้อมูลรายชื่อเว็บที่มีเงื่อนไขในชื่อของ url หากเราใส่ว่า inurl:seo แบบนี้ จะหมายความว่าให้ Google แสดงผลเฉพาะหน้าเว็บเพจที่ url มีคำว่า seo เท่านั้น ไม่ว่าคำนี้จะอยู่ในตำแหน่งชื่อโดเมนหรือส่วนหลังจากชื่อโดเมนก็ตาม เช่น domeseo.com หรือ dome.com/seo-keywords หากมีคำว่า SEO อยู่ใน url มันก็จะนำมาแสดงผลทั้งหมด วิธีการใช้คำสั่งนี้หาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องก็แค่กรอกคีย์เวิร์ดสำคัญต่อลงไปต่อท้าย inurl: แค่นี้มันก็จะแสดงผลรายชื่อเว็บที่มีความเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่เราใส่แล้ว จะใส่เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ เดี๋ยวนี้ Google ฉลาดขึ้นเยอะ

คำสั่งที่สอง intitle: คำสั่งนี้ก็จะคล้ายกับคำสั่งแรก เพียงแต่มันจะไม่ได้จับเงื่อนไขตรง url แต่จะไปจับเงื่อนไขที่ Title ของเว็บไซต์นั้นๆแทน หาก Title เว็บไหนมีคีย์เวิร์ดตรงตามเงื่อนไขก็จะถูกนำมาแสดงผลนั่นเอง เช่น intitle:seo หรือ intitle:กระเป๋า เป็นต้น แต่วิธีนี้จะไม่ค่อยเหมาะเท่าคำสั่ง inurl: เพราะถ้าใช้ intitle: เดี๋ยวนี้ไตเติ้ลของแต่ละเว็บมักมีการหว่านคีย์เวิร์ดเยอะเกินไป อาจจะหาหน้าเว็บที่เข้าไปทำลิงค์ย้อนกลับได้ลำบากกว่า แบบบางทีมีคนโพสขายสินค้าตามเว็บประกาศฟรีหลายพันเว็บ โดยใช้ Title เป็นคีย์เวิร์ดด้วย เวลาเราค้นผ่านคำสั่ง intitle: ก็อาจจะเจอเว็บประกาศฟรีพวกนั้นหลุดมาได้เหมือนกัน

เมื่อเรารู้คำสั่งแล้ว การหาเว็บไซต์หรือหน้าเว็บเพจที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับเว็บของเราก็คงจะไม่ยากเกินตัวไป เราเพียงแค่ไล่หาเว็บที่สามารถเข้าไปทำลิงค์ย้อนกลับได้ก็เป็นอันเสร็จ แต่ควรดูด้วยว่าเว็บที่จะเข้าไปสร้างลิงค์นั้นมันเข้าข่ายโดนสแปมมาไหม บางทีจะเจอเว็บเก่าๆที่มีคนมาสแปมลิงค์มหาศาล เจอแบบนี้ก็เลี่ยงไปนะครับ

ลิงค์ย้อนกลับจากโดเมนคุณภาพ ย่อมส่งผลลัพธ์ SEO ในด้านดี

เห็นพวกเซียน SEO เขามักจะพูดกันว่า ถ้าเราได้รับ Backlinks จากโดเมนคุณภาพสูง ก็จะส่งผลดีในทาง SEO ไปด้วย คนที่กำลังพึ่งเริ่มต้นศึกษาการทำ SEO อาจจะสงสัย แล้วมันไปเกี่ยวกันได้ยังไง ก่อนอื่นเรามามองโลกอินเตอร์เน็ตแบบกว้างๆกันเสียก่อน อย่างเว็บไซต์ Facebook.com ณ เวลานี้มีปริมาณคนเข้าสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองแค่ Google แค่นั้นเอง แน่นอนว่าเว็บ Facebook ในสายตาของเรา ก็จะมองได้ว่าเป็นเว็บที่มีคุณภาพ มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง แม้จะเป็นเว็บสังคมออนไลน์ที่ข้อมูลสามารถรั่วไหลได้ง่าย แต่เฟสบุ๊คก็ยังคงปกปิดข้อมูลสำคัญของผู้ใช้แต่ละรายได้เป็นอย่างดี จนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆมาถึงทุกวันนี้ แต่ใช่ว่าทุกคนจะมองว่าเว็บนี้เป็นเว็บคุณภาพไปซะหมด บางคนก็มองว่าเป็นเว็บไม่มีคุณภาพ เพราะมักจะมีพวกสแปมเข้ามาเป็นระยะ ไม่ก็มีเว็บข่าวปลอม เพจปลอมที่เอารูปคนดังมาเรี่ยไรหลอกเงินคนอื่น แถมบางทีเฟสเราก็ไปกดไลค์เองอัติโนมัติเพจใครก็ไม่รู้

ส่วนแรกที่บอกว่าเจอสแปมเยอะ โดยเฉพาะเว็บโป๊หรือเว็บการพนันทั้งหลาย อย่าลืมว่า Facebook เป็นเว็บสังคมออนไลน์ที่เราสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้อื่นได้ตลอดเวลา นั่นก็หมายความว่า ทุกการกระทำที่ผิดกฎเฟสบุ๊ค หากเป็นการกระทำที่ผู้ใช้สามารถทำได้ทันที มันก็จะถูกนำมาแสดงผลก่อนที่ระบบจะตรวจเจอ เหมือนที่เราเจอพวกเว็บโป๊ตามกลุ่มในเฟสนั่นแหละ แต่หากมีการโพสไปแล้ว ถ้าระบบตรวจสอบเจอหรือมีคนแจ้งรายงานว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎ มันก็จะจัดการลบและแจ้งเตือนไปยังคนที่โพส หากมีการกระทำซ้ำอีกก็จะทำการแบนจนชื่อเว็บไซต์เหล่านั้นไม่สามารโพสในเฟสบุ๊คได้อีกเลย แต่พวกนักสแปมก็ใช่ว่าจะยอม นักสแปมแก้ปัญหาโดยวิธีไปจดโดเมนใหม่มาโพสแทน แบบนี้ก็มีถมเถไป อย่างเคยโพสเว็บพนันพวก w88 ตามกลุ่มได้ พอโดนบล็อคโดเมนแรกที่โพสไป ก็ใช้วิธีจดโดเมนใหม่เอามาโพส พอคนเข้ามาชม ภายในเว็บที่โพสไปใหม่ก็จะมีลิงค์ให้คนคลิกเข้าเว็บ w88 ที่เคยโดนแบนไปก่อนหน้า เหมือนเอาโดเมนใหม่มาบดบังโดเมนอันแรกไว้นั่นเอง

ซึ่งระบบเฟสบุ๊คเองก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆเพื่อจัดการกับวิธีการเหล่านี้ ส่วนพวกเว็บข่าวปลอมหรือเพจปลอมเองก็เช่นเดียวกัน ในทางระบบตรวจสอบอัติโนมัติของ Facebook ไม่สามารถรู้ได้ว่าเว็บไหนข่าวจริงข่าวปลอม แต่หากมีคนแจ้งรายงานเพจหรือเว็บเหล่านั้นเยอะๆ เกี่ยวกับข้อหาการละเมิด ทางเฟสบุ๊คเองก็จะมีคนเข้ามาตรวจสอบและจัดการให้ เพราะนี่คือระบบสังคมออนไลน์ เรื่องเหล่านี้จะให้ระบบตรวจสอบเองทั้งหมดไม่ได้ เนื่องจากมันมีความละเอียดอ่อนเกินไปที่หากใช้ระบบอัติโนมัติทั้งหมด อาจจะไปกระทบกับข้อมูลสำคัญของผู้ใช้บางรายได้ เราจึงต้องช่วยกันจัดการด้วยส่วนนึง และปัญหาที่มักจะเจอกันอันสุดท้ายคือบางคนพบว่าเฟสของตัวเองไปกดไลค์เพจหรือกดติดตามคนอื่นเองโดยอัติโนมัติ สำหรับเฟสบุ๊คนั้นจะมีเครื่องมือให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถสร้าง Apps ของตัวเองได้ ซึ่งในบาง Apps ที่มีคนสร้างขึ้น มันจะมีการขอสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของเราหากเราต้องการใช้งาน Apps เหล่านั้น มันเลยเกิดช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีสร้าง Apps หลอกให้คนคลิกเข้ามาแล้วกดยอมรับให้เข้าถึงข้อมูล ทีนี้เจ้าของ Apps เหล่านั้นก็จะสามารถเข้าเฟสเราได้ผ่านระบบที่เรียกว่า Token ซึ่งเรื่องนี้มันเกิดจากความยินยอมของตัวเราเอง ดังนั้น ก่อนจะเล่น Apps อะไรก็ให้อ่านรายละเอียดให้ดีก่อนที่จะกดยินยอมให้ Apps สามารถเข้าถึงข้อมูลเราได้

ออกทะเลมาซะไกล กลับมาในเรื่องของคุณภาพของโดเมนกันอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะมีผู้ใช้บางรายมองว่า Facebook เป็นเว็บที่มีปัญหานู่นนี่ แต่ร้อยละ 99 ของคนทั่วโลกที่ใช้งาน เลือกที่จะให้การยอมรับและเข้าใช้งานเว็บนี้อยู่เป็นประจำ เมื่อคนให้การยอมรับมากกว่าไม่ยอมรับ ทาง Search Engine มันเลยมองว่าเป็นเว็บไซต์คุณภาพนั่นเอง

แล้วเกี่ยวอะไรกับผลดีในทาง SEO ล่ะ ?

ที่กล่าวข้างไว้ช่วงแรก สมมุติว่าเราทำเว็บไซต์เกี่ยวกับข่าวบ้านเมืองในประเทศไทย เนื้อหาข่าวเราเขียนเองทั้งหมด ข้อมูลข่าวก็หาเองทั้งหมด ไม่มีสำนักข่าวไหนมีข่าวเรามาก่อนเลยในแต่ละวัน แล้วอยู่ๆวันดีคืนดี แต่ละสำนักข่าวใหญ่อย่างไทยรัฐ เดลินิวส์ คมชัดลึก และสำนักข่าวอื่นๆ พากันเอาข้อมูลข่าวของเราไปลงเว็บไซต์ แล้วให้เครดิตกลับมายังเว็บของเรา เรารู้สึกว่ามีคนให้การยอมรับในเว็บของเรามากขึ้นไหมเอ่ย.. ? คำตอบคือใช่แน่นอน ในทาง Search Engine เองเมื่อเห็นว่าเว็บของเราถูกนำไปแชร์ผ่านเว็บไซต์ใหญ่จำนวนมาก มันก็ย่อมให้คะแนนด้าน SEO แก่เว็บเราดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย

ในทางกลับกัน หากเว็บเราถูกนำไปแชร์ตามเว็บขยะ เว็บสแปม หากถูกนำไปแชร์จำนวนมาก ทาง Search Engine ก็มีโอกาสมองว่าเว็บเราเป็นขยะไปด้วยเช่นกัน (ตามจริงเว็บขยะไม่ค่อยเอาเว็บเราไปแชร์หรอก นอกเสียจากเราจะเอาข้อมูลเว็บเราไปโพสเอง) นี่คือเรื่องสำคัญไม่น้อยที่ต้องระวัง บางคนคิดไปเองว่าถ้าเว็บเราถูกแชร์ในหลายๆเว็บเยอะๆ Search Engine จะมองว่าเว็บเรากำลังได้รับความนิยม เมื่อก่อนอาจจะมีช่วงที่เป็นแบบนั้นจริง แต่ทุกอย่างย่อมมีการอัพเดทให้เข้ากับยุคสมัย สมัยนี้การทำเยอะๆไม่มีประโยชน์เท่าไหร่แล้ว จะมีแต่ผลเสียที่ตามมาแทนคือเว็บไซต์เราถูกมองว่าเป็นสแปมในทันที เราควรเลือกเอาเฉพาะลิงค์จากโดเมนคุณภาพดีกว่า

หลังจากที่ความรู้ความเข้าใจเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่าง SEO กับโดเมนคุณภาพ ถูกบอกต่อไปในวงกว้าง ก็มีผู้ให้บริการรับทำ SEO จำนวนไม่น้อย เลือกที่จะหาซื้อโดเมนเหล่านี้มาครอบครองไว้เอง ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด ใครที่มีโดเมนคุณภาพอยู่ในมือเยอะๆ ย่อมได้เปรียบกว่าคนที่ไม่มีโดเมนคุณภาพไว้ครอบครอง กลายเป็นว่าในตลาด SEO ทุกวันนี้ นอกจากจะแข่งวัดกันที่ฝีมือแล้ว ต้องวัดทุนกันเสียด้วย ถ้าเก่งเหมือนกัน แต่อีกคนทุนหน้า อีกคนทุนน้อย คนทุนน้อยก็คงต้องยอมเสียเปรียบ ถ้าเราไม่มีเงินทุนขนาดที่จะมากวาดซื้อโดเมนคุณภาพในตลาดซื้อขายโดเมน ก็อย่าได้น้อยใจไป ลองเลี่ยงไปทำพวกคีย์เวิร์ดที่คู่แข่งต่ำแต่ทำเงินได้สูงแทนดู สำหรับคีย์เวิร์ดย่อยๆ ผู้ให้บริการ SEO เจ้าใหญ่เขาไม่ค่อยมาลงแข่งสักเท่าไหร่ ก็ถือเป็นโอกาสดีของเหล่า SEO ทุนน้อย หากขยันทำหลายๆคีย์ รายได้รวมก็คงไม่น้อยหน้าคีย์ใหญ่คีย์เดียวแน่นอน ไว้วันที่เราพร้อมเรื่องเงินทุนและกล้าเสี่ยงลุยตลาดออนไลน์อย่างเต็มที่ ค่อยลงแข่งในคีย์เวิร์ดแข่งขันสูงกับพวกรับทำ SEO เจ้าใหญ่ก็ยังไม่สาย