รวมวิธีเช็คอันดับเว็บไซต์ ทำได้ด้วยตัวเอง

การเช็คอันดับให้กับเว็บไซต์ ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนที่น่าลุ้นสำหรับเจ้าของเว็บไซต์ หรือแม้กระทั่งผู้ที่จัดทำ SEO ให้กับเว็บไซต์นั้น ๆ ก็ตาม แต่การเช็คอันดับให้กับเว็บไซต์ ถือได้ว่ามีหลายวิธีด้วยกัน โดยแต่ละวิธีนั้นก็จะแสดงอันดับที่แตกต่างกันออกไป โดยผลของอันดับหากสมจริงหรือใกล้เคียงกับความจริงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลทำให้เราสามารถรับรู้ได้ว่า จริง ๆ แล้วเว็บไซต์ของเรานั้นอยู่ที่อันดับเท่าไหร่แล้วกันแน่นั่นเอง ซึ่งวันนี้เรามีวิธีในการเช็คอันดับเว็บไซต์ 4 วิธีมากฝากกัน

เช็คอันดับเว็บไซต์ผ่านทาง google chrome โดยใช้โหมดไม่ระบุตัวตน

วิธีการเช็คอันดับทำได้ด้วยการเปิด google chrome ขึ้นมา แล้วให้กด ctrl+shift+N ซึ่งจะปรากฎหน้าต่างใหม่โดยมีรูปนักสืบที่ใส่แว่นดำและใส่หมวก หลังจากนั้นให้พิมพ์คำเพื่อทำการค้นหาโดยปกติ เพียงเท่านี้คุณจะสามารถเช็คอันดับเว็บไซต์ของคุณได้แล้ว
การเช็คอันดับเว็บไซต์ผ่านทาง google chrome จะทำให้คุณรู้ถึงอันดับของเว็บไซต์ที่สมจริงมากที่สุด แต่สำหรับเว็บไซต์ใหม่ ๆ ที่ไม่ติดอันดับ 1 – 20 อาจจะไม่สามารถเช็คอันดับผ่าน google chrome ได้

การเช็คอันดับเว็บไซต์ผ่านเว็บ natachai.com

สำหรับเว็บไซต์ natachai.com ถือได้ว่าเป็นเว็บของไทยโดยตรง โดยโปรแกรมภายในเว็บไซต์นี้จะมีลักษณะดึงข้อมูลมาจาก google โดยตรง และมีการนำมาใช้จัดเรียงอันดับอีกที ส่งผลทำให้ดูง่าย อีกทั้งเรายังคงสามารถเช็คตำแหน่งของคีย์เวิร์ดภายในเว็บไซต์เราได้อีกด้วย โดยเฉพาะคีย์เวิร์ดอันดับ 1 – 100

การเช็คอันดับเว็บไซต์โดยเช็คผ่าน google search console

การเช็คอันดับผ่านเว็บไซต์นี้ ถือได้ว่าเป็นบริการแบบฟรี ๆ จาก google โดยตรง ซึ่งจะช่วยทำให้เราได้เข้าใจถึงวิธีที่ทาง google เองได้ทำการดูแลเว็บไซต์ของเรา พร้อมทั้งวิธีเพิ่มโอกาสให้กับเว็บของเราที่จะติดอันดับในหน้าแรก ๆ ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังคงแสดงอันดับและจำนวนคำ พร้อมทั้งคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ที่ผู้คนส่วนใหญ่ต่างค้นหา แล้วทำให้ค้นพบเว็บไซต์ของเราโดยตรงอีกด้วย ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ทำให้เราได้ตรวจเช็คความเป็นจริงกับสถานะของเว็บไซต์ของเราได้อย่างมากที่สุดแล้ว

การเช็คอันดับผ่าน App ใน android ที่ชื่อ seo serp mojo หรือ http://serpmojo.com

การเช็คอันดับเว็บไซต์ผ่านแอพนี้ ยังคงไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่า จะสามารถทำการเช็คอันดับบนไอโฟนได้หรือไม่ แต่ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งวิธีการเช็คอันดับเว็บไซต์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ในส่วนของการทำ SEO ผู้จัดทำทุกคนย่อมที่จะต้องการรับรู้ถึงสถานะของเว็บไซต์ของเราในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร เพื่อที่จะรับรู้ช่องทางในการทำ SEO ต่อไป อีกอย่างข้อมูลผ่านการเช็คในแต่ละครั้ง ก็ยังคงมีข้อมูลอื่น ๆ ที่สำคัญด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้ได้ศึกษาไปพร้อม ๆ กันนั่นเอง

หลักเกณฑ์ของ Google ที่ใช้ในการพิจารณาเว็บไซต์

จะทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ทั้งที ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จได้จริง คุณจะต้องรู้ทันหลักเกณฑ์การพิจารณาของ google ทั้งหมดเสียก่อน เนื่องจากการรู้เท่าทัน google จะช่วยทำให้คุณสามารถเลือกใช้วิธีการ พร้อมทั้งเทคนิคต่าง ๆ รวมไปถึงการพัฒนาเว็บไซต์ของคุณให้มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักอย่างที่กูเกิลชื่นชอบได้อย่างถูกต้องและไม่พลาด อย่างน้อยก็ทำให้คุณไม่จำเป็นจะต้องเสียเวลา เพื่อที่จะกลับมาพัฒนาเว็บไซต์ของตนเองอีกครั้งหลังจากที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาของ google โดยตรงนั่นเอง ซึ่งวันนี้เราจึงมีข้อแนะนำเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของ google ที่ถูกนำมาใช้เพื่อพิจารณาเว็บไซต์โดยตรง หลักเกณฑ์ที่ถูกนำมาใช้เพื่อพิจารณาเว็บไซต์ของ google การจัดอันดับเว็บไซต์ของ google มักจะมีหลักเกณฑ์บางอย่างโดยที่พวกเราอาจจะยังคงไม่รู้ ซึ่งหลักเกณฑ์ส่วนใหญ่มักจะมีความสอดคล้องกันอยู่เสมอ หากคุณสามารถปรับเปลี่ยนเว็บไซต์ของคุณให้ตรงกับหลักเกณฑ์ทุกข้อของกูเกิลได้ คุณก็จะมีสิทธิ์ก้าวขึ้นสู่อันดับต้น ๆ และขึ้นไปติดหน้าแรกของกูเกิลได้อย่างง่าย ๆ เลยทีเดียว

Usability – ความเป็น usability นั้น สามารถอธิบายได้อย่างง่าย ๆ ว่า คุณจะต้องพัฒนาและทำเว็บไซต์ของคุณให้กลายเป็นเว็บไซต์ที่สามารถอ่านได้ง่าย เข้าใจง่าย ตลอดจนกระทั่งเป็นเว็บไซต์ที่สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างสะดวกสบาย หากเป็นเช่นนี้เว็บไซต์ของคุณจะขึ้นอันดับได้อย่างแน่นอน

Relevance – ความเป็น relevance นั้น ถือได้ว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ค้นหาส่วนใหญ่ ต้องการที่จะค้นหาอย่างมากที่สุด และจะต้องมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนกระทั่งสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ร่วมด้วย สำหรับหลักเกณฑ์ในข้อนี้นั้น ถือได้ว่าเป็นหลักเกณฑ์พื้นฐานที่เว็บไซต์ส่วนใหญ่จะต้องมีคุณสมบัตินี้อยู่แล้ว

Authority – ความเป็น authority นั้น หมายถึงเว็บไซต์ของคุณจะต้องเป็นเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มองแล้วเกิดความสะดุดตา น่าสนใจและน่าค้นหา ซึ่งผู้ที่จะท่องในเว็บไซต์ของคุณส่วนใหญ่ พวกเขาจะต้องรู้สึกไว้วางใจและเชื่อใจในเว็บไซต์ของคุณ ว่าไม่ใช่เว็บไซต์ในลักษณะซ่องสุมไวรัสเอาไว้นั่นเอง

การที่คุณได้รู้หลักเกณฑ์การพิจารณาเว็บไซต์ของ google ในส่วนนี้จะช่วยทำให้คุณได้รู้จักและเข้าใจได้ว่า จะทำการแก้ไขปัญหาในการทำ SEO ได้อย่างไร ซึ่งถ้าหากคุณเข้าใจหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้มากยิ่งขึ้นแล้ว การปรับแต่งและการพัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นที่โดนใจของ google เพื่อที่จะผลักดันให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นไปติดหน้าแรกของ google ก็นับได้ว่าไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณอีกต่อไป แถมการทำ SEO ในแต่ละครั้งของคุณต่อจากนี้ ก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมอีกด้วย

ก่อนซื้อโปรแกรม SEO ต้องดูให้ดีก่อน

ใครใครก็อยากมีเว็บไซต์ของตัวเองหรือแอพพลิเคชั่นของตัวเองให้ติดอยู่อันดับหนึ่งของผลการค้นหาในโหมดเป้าหมายที่เราต้องการ เพราะนั่นหมายถึงโอกาสที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายของเราได้เห็นข้อมูลเรามากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดมันจะนำมาซึ่งผลกำไรเข้าสู่เรานั่นเอง

มันไม่ได้ง่ายเสมอไป เพราะหากง่ายทุกคนคงแย่งกันทำกันไปหมดแล้ว ของอย่างนี้จะต้องรู้จักฝึกฝนประสบการณ์และทางออกที่ดีในสมัยนี้ก็คือการใช้โปรแกรมเอสอีโอเข้ามาช่วยในการคิดวิเคราะห์ในบางปัญหา เพื่อลดหย่อนเวลาในการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการ SPY ข้อมูล หากเราจะมานั่งสปายข้อมูลคู่แข่งในทุกเว็บไซต์ด้วยมือ คงจะขี้แตกเยี่ยวแตกกันไม่ใช่น้อย

สู้เราเอาเงินไปเสียให้กับเว็บไซต์เหล่านี้เพื่อใช้ในการวิเคราะห์คู่แข่งอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ในทางกลับกันโปรแกรม SEO นั้นส่วนมากจะคิดเป็นค่าบริการรายเดือนและมีราคาค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร เราจะต้องคิดก่อนว่าเรามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนในการจัดซื้อเครื่องมือ SEO ตัวนั้นมาช่วยในการทำงาน ถ้ามีความจำเป็นอย่างยิ่งขาดไม่ได้เลย ใช้แล้วลดเวลาทำงานไปได้วันละสองถึง 3 ชั่วโมงต่อให้ราคา 10,000 ต่อเดือนถ้ามันยังเป็นกระแสรายได้เชิงบวกแนะนำให้ซื้อ

คำนึงถึงความจำเป็นก่อนซื้อ

ในทางกลับกัน หากซื้อมาวิเคราะห์เพียงเว็บเดียวหรือสองเว็บก็อย่าซื้อมาเลย เพราะเค้าไม่ได้ขายตามจำนวนการใช้งาน แต่เค้าขายเป็นรายเดือนหรือรายปีเป็นส่วนมาก ดังนั้น ก่อนซื้อต้องคิดเสียก่อนไม่เช่นนั้นเงินที่เราจ่ายไปมันก็คือต้นทุนในการทำ SEO ของเราเช่นเดียวกัน จ้างอย่างฉลาด ซื้อโปรแกรมอย่างจำเป็น เราจะมีความมั่นคงในอาชีพการรับทำอันดับเว็บไซต์ได้อย่างยั่งยืน

ทำไมเว็บไม่มีลิงค์เข้า อันดับยังดีอยู่ได้ ?

จากการทำ SEO มาอย่างยาวนาน ผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้วก็ยังเชื่อว่านักทำ SEO ในยุคสมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน ส่วนมากจะมุ่งเป้ากันไปที่เรื่องของแบคลิ้งค์เป็นหลัก เกินกว่า 50% เข้าใจว่าเว็บไซต์ไหนที่มีลิ้งคุณภาพสูงเยอะๆ จะทำให้เว็บไซต์นั้นสามารถแซงคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย แต่ในทางปฎิบัติ ณ เวลานี้มันแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง

ส่วนนึงของปัจจัยทั้งหมด

แบคลิงค์ในตอนนี้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่ใช้สำหรับการคำนวณอันดับเว็บไซต์ให้อยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหาใน Google จริงอยู่ที่มาก่อนเราจะวัดกันที่ Backlink เป็นหลัก แต่ในปัจจุบันโครงสร้างต้องเปลี่ยนตามพฤติกรรมผู้ใช้ ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เว็บบอร์ดหรือเว็บต่างๆคนเล่นน้อยลง หันมาเล่นกันในโซเชียลมากยิ่งขึ้น แต่เวลาทำลิ้งย้อนกลับในโซเชียล ก็คงจะมีไม่กี่แหล่งนักที่สามารถทำได้และได้รับความนิยมสูง นอกจากนี้ ส่วนมากยังเป็นแบคลิงค์ในรูปแบบ Nofollow อีกด้วยจึงเกิดปัญหา

SEO ที่หัวโบราณก็จะกลับไปเข้าข้างความคิดตัวเองที่ว่ายังไงซะ Backlinks เยอะและแพงยังสามารถทำอันดับได้ดีอยู่เสมอ มันเปรียบเสมือนการหนีปัญหาโดยเข้าข้างตัวเองทั้งที่ความเป็นจริงปัจจุบันให้เรายึดจากพฤติกรรมผู้ใช้งานเป็นหลักว่ามีความนิยมรูปแบบไหน หากเว็บไซต์เราดีอะไรที่จะเป็นตัวบอกบอทว่าเว็บไซต์เราดี เพราะคนเข้าดูเว็บคนอาจจะเห็นว่าดี แต่บอทอาจจะเห็นขัดกัน เราจึงจะต้องทำสองอย่างนี้ไปในทิศทางเดียวกันด้วย ค่อยค่อยศึกษา SEO ไป มันคงไม่ได้ยากเกินตัวนักแต่อาจต้องใช้เวลาในการทดสอบเองซักหน่อย ดีกว่าไปนั่งเชื่อคนอื่นแบบไม่ลืมหูลืมตา

ยากก็ยาก ง่ายก็ง่าย นี่แหละ “Search Engine Optimization”

มีหลายคนที่สนใจด้าน SEO แต่กลัวเพราะคิดว่ามันยาก และจิตตกเวลาวิเคราะห์โน่นนี่แล้วผลที่ได้มันไม่ดีเท่าที่อยากให้เป็นหรือไปเข้ากลุ่มกับคนทำ SEO แล้วเขาคุยกันว่าใครทำแบบไหนได้ผลอย่างไรพอมาเทียบกับของตัวเองแล้วมันด้อยกว่าทำให้เกิดความเครียด แต่จริงๆคือ SEO จะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย มันเป็นแบบนี้จริงๆ

หลายๆคนพยายามใช้ปลั๊กอินต่างๆ บางคนทำเว็บไซด์รองเป็นสิบๆสำหรับทำ BL และทำแบบคุณภาพด้วย บางคนก็หาแนวทางต่างประเทศมาปรับใช้ แต่อันดับก็ไม่ขึ้น เปลี่ยนธีมก็แล้ว ปรับโน่นนี่ก็แล้ว แต่บางคนทำๆทิ้งๆอันดับกลับดี๊ดี มันก็น่าแปลกใจ แต่มันก็เป็นเฉพาะบางครั้งบางเว็บไซด์เท่านั้น ปัจจัยด้านอันดับ SEO มีความหลากหลายยากที่จะเดาทางได้ บางคนแค่เลือกโดเมนดีๆ เลือกโฮสดีๆ มันก็ติดขึ้นมาดื้อๆโดยไม่รู้ตัวก็มี ดังนั้นการทำ SEO ที่น่าจะได้ผลคือการทำแบบธรรมชาติปล่อยให้มันเป็นไปตามกลไกของระบบ เราแค่ทำในสิ่งที่ควรทำกับเว็บไซด์ของเราเช่น ติดตั้งปลั๊กอินเสริมสำหรับการทำ SEO ตรวจคอนเทนต์ ตรวจส่วนต่างๆให้ได้เต็มเปอร์เซ็นต์ของคะแนน SEO โปรโมท และแลกลิงค์ ทำ BL และขยันอัพเดท ทำให้เว็บมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด เน้นความสดใหม่ของคอนเทนต์ ทำไปเรื่อยๆ จัดคีย์เวิร์ดมาสับเปลี่ยนบ้างแต่ให้เน้นคำที่เราต้องการ สร้าง Tag ที่น่าจะเชื่อมโยงมายังเว็บไซด์เรา

การไปคอมเม้นท์โดยติดลายเซ็นเว็บเราในส่วนที่เราทำได้ในเว็บอื่นๆที่เราทำได้ มันก็จะช่วยให้เกิดการเข้ามาถึงเว็บไซด์เราได้ สิ่งต่างๆเหล่านี้คนทำ SEO รู้กันดีและควรให้มันมาแบบธรรมชาติไม่จำเป็นต้องเครียดและอัดกับ SEO มากเพราะปัจจุบันจะว่ากันจริงๆการทำให้เว็บติดหน้าแรกนั้นบางคนไม่สนใจแล้ว เขาสนในใจการโปรโมทแบบเข้าถึงมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มคนค้าขาย ส่วนคนที่ทำเว็บไซด์สำหรับหารายได้ก็จะสนทางด้าน SEO แต่จะเน้นโปรโมทคู่กันไปด้วย เขาแค่คิดว่าทำแบบไหนให้คนมาเว็บเขาเยอะๆพอแล้วไม่จำเป็นต้องง้อการติดหน้าแรกเพราะปัจจุบันความสำคัญของโลกโซเชี่ยลมันเปลี่ยนไม่จำเป็นต้องติดหน้าแรกแต่คนก็รู้จักได้ ดังนั้น SEO ก็เหมือนกันถ้ายึดกับอันดับหน้าแรกๆ จะเครียดไปเปล่าๆ ค่อยๆให้มันโตไปในทิศทางที่เราวางทำเว็บให้มีคุณภาพ ตามแนวทางของเราแล้วใช้การโปรโมท ใช้การแชร์ ให้คนเข้าถึงจะได้ประโยชน์ในส่วนอื่นๆมากกว่ายึดแต่อันดับ SEO เผลอๆ ทำเองก็ได้ไม่ต้องจ้างแค่อ่านข้อมูลแล้วทดลองทำตามรับรองว่า SEO จะกลายเป็นเรื่องง่ายแบบที่คุณคาดไม่ถึง

เผยบทความ… มัดใจ Google ให้อยู่หมัด

เผยบทความ... มัดใจ Google ให้อยู่หมัด

แน่นอนว่าสำหรับการทำเว็บไซด์ และ SEO บทความคือตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ เพราะในบทความจะมีเนื้อหาที่ทำให้คนรู้จักและเข้าใจเรื่องราวของเว็บนั้นๆ และมีคีย์เวิร์ดในการดัน SEO หรือมันคือคำที่จะทำให้คนค้นหาแล้วมาเจอเว็บเรานั่นเอง แล้วบทความแบบไหนล่ะที่ Google ชอบ

คุณภาพชั้นดีและ Google ชอบมาก

1.เนื้อหาบทความไม่ซ้ำกับเว็บใหม่คือ สดๆ ซิงๆ ไม่รีปรินท์ ไม่สปิน ไม่มีคำซ้ำกับเว็บอื่นๆ (ยกเว้นคำเฉพาะทาง ) คำในที่นี่คือรูปประโยค สำนวน ที่ไม่ควรมีซ้ำกับเว็บอื่นๆ แม้ว่ามันจะยากแต่หากทำได้บทความนั้นจะเป็นบทความคุณภาพชั้นดีและ Google ชอบมาก

2.คีย์เวิร์ดสำหรับการทำ SEO แน่นอนว่าคนทำเขาต้องวิเคราะห์คีย์เวิร์ดออกมาแล้วว่าควรใช้คีย์หลักและรองคำไหนบ้าง และจะแทรกเข้าบทความแบบไหนในดูเนียนๆ ไม่สะดุดแม้ว่าคำๆนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับเว็บนั้นๆก็ตาม เพราะบทความไม่จำเป็นต้องตรงกับเว็บไซด์อาจมีการทำบทความคนละแนวสอดแทรกเข้าไปเพื่อให้มีคีย์อื่นๆมาช่วยดันเว็บได้ แน่นอนว่ามันยากและท้าทาย

3.การจัดหน้าบทความในเว็บไซด์ ถือเป็นอีกสิ่งเพราะหากมีบทความคุณภาพ มีคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับการจัดหน้าของเว็บไซด์นั้นๆในการลงบทความจะต้องมีการทำ On page ให้กับเว็บไซด์ การปรับขนาดอักษร การให้ความสำคัญของย่อหน้า หัวเรื่อง การทำให้คีย์เวิร์ดกลายเป็นลิงค์ การทำให้คีย์เวิร์ดค้นหาได้ง่ายเมื่อ Bot วิ่งหรือมีการค้นหา สิ่งเหล่านี้สำคัญมากพอๆกับการเขียนบทความและไม่ควรละเลยหากต้องการทำ SEO ให้ติดอันดับที่ดี

4.การไม่ใช้บทความสปิน หลายๆคนเลือกใช้การสปินบทความเพื่อความรวดเร็วเพราะบางเว็บนั้นมีเว็บลูกหลายเว็บการซื้อบทความหรือจ้างทำบทความหลายคนมองว่าสิ้นเปลืองสู้จ้างเป็นชุดแล้วทำสปินปรับคำใหม่มันประหยัดกว่า แต่หารู้ไม่ว่ามันไม่สดไม่ใหม่และคนอ่านไม่รู้เรื่องแม้ว่าความต้องการคือจะให้ Bot วิ่งเข้ามาอ่านและเก็บข้อมูลก็ตามแต่มันก็ไม่ช่วยหัอันดับดีขึ้น

มัดใจ Google ให้อยู่หมัด

ที่กล่าวมาทั้งหมดหากนำไปปรับใช้รับรองว่าบทความที่ ทำลงเว็บไซด์ นั้นจะมีผลดีและตรงตามความต้องการของ Google และทำให้เว็บไซด์กลายเป็นเว็บคุณภาพ และอย่าลืมความถี่ห่างและเวลาในการอัพเดทบทความลงเว็บและการโปรโมทเพื่อให้ยอดคลิ๊กเข้ามาที่เว็บด้วยหากทำได้รับรองว่าการทำ SEO ให้เว็บไซด์จะประสบผลที่ดีแม้จะไม่อยู่หน้าแรกแต่หากปรับส่วนอื่นก็สามารถทำให้คนค้นหาแล้วเจอเว็บเราได้ง่ายๆเหมือนกัน

บทความแบบไหนล่ะที่ Google ชอบ

การอ่านคือการจุดประกายความคิดให้คนทำเว็บจริงไหม

การอ่านคือการจุดประกายความคิด

การอ่านคือการจุดประกายความคิดให้คนทำเว็บจริงไหม

มีหลายคนสงสัยว่าบรรดาคนทำเว็บทั้งหลายเขามีไอเดียอะไรกันนะ ถึงสามารถทำเว็บไซด์ได้หลากหลาย หรือหาข้อมูลต่างๆ มาใส่ในเว็บไซด์ได้ตลอดเวลา สิ่งที่จะช่วยให้มีไอเดียนั้นอันดับต้นๆ คือ การอ่าน ไม่ว่าจะอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ อ่านจากเว็บไซด์ไทย หรือ ต่างประเทศ ไอเดียก็เกิดขึ้นได้ เพราะมันช่วยกระตุ้นความคิดคนเราได้

เทคนิค SEO

เชื่อหรือไม่ว่ามีนักทำเว็บและ seo

บางคนหาแรงบันดาลใจจากการอ่าน ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนคิดว่าเขาเหล่านั้นอ่านพวกแนวทางทำเว็บ หรือ อ่านเทคนิคอื่นๆ ที่ตัวเองไม่เคยรู้ จริงๆแล้วมันก็ใช่ แต่ไอเดียที่หลากหลายจากที่ต่างๆจะทำให้ครีเอทงานได้หลากหลายไม่เว้นแม้แต่ seo เพราะการทำ seo หลักๆคือการทำเว็บให้ติดอันดับ ทำเว็บให้มีคนค้นหาเจอได้ง่ายที่สุดในเรื่องที่คนค้นหา แน่นอนว่ามันก็ต้องเกี่ยวกับ คีย์เวิร์ด และคีย์เวิร์ดก็โยงมาบทความ บทความก็โยงมาการอ่าน เห็นไหมว่ามันเกี่ยวข้องกัน บางครั้งหากคิดอะไรไม่ออก ปั่นคีย์เวิร์ดไม่ขึ้น ก็ลองหาอะไรมาอ่านแก้เซ็ง ไม่ว่าจะหนังสือการ์ตูน หรืออ่านคอนเทนต์ต่างๆ แก้เซ็ง มันก็ช่วยให้เราเห็นไอเดียจากการอ่านได้ อย่างน้อยๆ บางคนอ่านเรื่องโน้นนี่ จากเว็บหรือหนังสือ ก็มีจินตนาการในหัวว่าถ้าเป็นเขาทำ หรือเขาเขียนเขาจะทำมันแบบไหน เห็นไหมว่าไอเดียมาแล้ว

การอ่านจะทำให้เรามีจินตนาการ

และเราก็เอามันมาต่อยอดในงานได้ เพราะการอ่านจะทำให้เรามีจินตนาการ

ที่แตกต่างจากที่ตัวหนังสือเสนอมาให้เรา และการอ่านทำให้เรามีสมาธิแน่นอนว่าเมื่อมีสมาธิไอเดียดีๆก็จะวิ่งเข้ามาในหัวเราทำให้เราคิดงานที่คั่งค้างได้ หรือการอ่านหาความรู้ต่อยอดจากสิ่งที่เราทำก็เป็นสิ่งที่ดีและช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย สำหรับคนทำเว็บ และ seo ความรู้มันไม่เคยมีสูตรสำเร็จ และไม่มีคำว่าตายตัว มันพลิกแพลงได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และไม่เคยมีใครบอกว่าตัวเองเก่ง 100% ในวงการ seo มีแต่ทำสำเร็จกับไม่สำเร็จเท่านั้น ซึ่งมันก็มีปัจจัยมากมายที่ทำให้เราทำ seo หรือ เว็บไซด์ล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ แต่ไม่ว่าอย่างไรการอ่านจะทำให้เราหาหนทางหรือหาแนวทางใหม่ๆได้ ดังนั้นเราก็ถือได้ว่าการอ่านคือการจุดประกายความคิดให้คนทำเว็บ และ seo ได้จริงๆ

รู้จัก SEO แบบเข้าใจง่าย

แต่มันขึ้นอยู่กับว่าจะต่อยอดได้มากน้อยแค่ไหน แม้ว่าบางครั้งสิ่งที่เราอ่านเจอมันอาจจะสวนทางกับแนวทางของเราที่ทำแต่มันก็น่าลองและบางทีมันอาจจะทำให้เรามีแนวทางใหม่ๆและทำให้เว็บของเราดีขึ้น และอันดับ seo ของเราดีขึ้นได้เช่นกัน

เรียนรู้เทคนิค SEO จากการวิเคราะห์เว็บชาวบ้าน

นอกจากการทำ SEO เราจะสามารถหาข้อมูลความรู้ได้จากร้านหนังสือและตำราออนไลน์ทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่ความรู้ที่จะสามารถนำไปใช้เองได้ตลอดชีวิตตราบที่เรายังในการทำอันดับในเสิร์จเอ็นจิ้นอยู่ เพราะข้อมูลที่ในหนังสือเขียนก็ไม่ต่างจากหนังสือสอนเล่นหุ้น มันมาจากความน่าจะเป็นทั้งสิ้น ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวอย่างใดอย่างหนึ่งเลยเพราะว่ากลไกการจัดอันดับนั้น ไม่มีผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นคนไหนออกมาบอกอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเว็บบริการของเค้าจะต้องเจ๊งไม่เป็นท่าอย่างย่อยยับ เนื่องจากคนจะหันมาทำอันดับกันเองแทนการลงโฆษณาผ่านแสดงสินค้านั้นนั่นเอง

และเช่นเดียวกัน Google ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ปกปิดข้อมูล แต่อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ยากเกินไปนักที่เราจะสามารถดูว่าเว็บไซต์ไหนที่เราจะสามารถทำอันดับเว็บของตัวเราเองให้มีอันดับหน้าแรกได้ อย่างไรหลักการง่ายง่ายก็คือวิเคราะห์จากผลการค้นหาของเว็บไซต์ที่ติดอันดับอยู่แล้วนั่นแหละ หรือก็คือการแกะรอยข้อมูลของเว็บไซต์ที่ถูกจัดอันดับในหน้าแรกในหลายๆคีเวิร์ด อย่าไปโฟกัสแค่ว่าคีย์ที่เราต้องการจะทำ เราถึงจะดู แต่อยากให้ดูแต่ละกลุ่มตลาดหลายๆแบบมาเป็นตัวประกอบกัน ว่าแต่ละเว็บไซต์ที่ติดอันดับในหน้าแรกของแต่ละกลุ่มคำค้นหา มีจุดไหนที่มีเหมือนกัน และมีจุดไหนที่ต่างกันออกไป

แนะแนวทาง SEO

จับจุดเหมือนมาใส่เว็บของเรา

เมื่อเราพยามวิเคราะห์หลากหลายเว็บไซต์และพยามหาจุดที่มีเหมือนเหมือนกัน เราก็เพียงเอาข้อเหล่านั้นมาทดลองกับเว็บไซต์ของเราเอง ซึ่ง 80% มันจะออกผลลัพธ์มาในเชิงบวก เพราะว่า Website ที่ถูกติดอันดับหน้าแรกของ Google ย่อมมีการทำในรูปแบบที่ถูกหลักการจัดอันดับอัลกอริทึ่มของ Google เว็บจึงถูกจัดอันดับมาหน้าแรกนั่นเอง ถึงแม้จะไม่รู้ข้อมูลทางทฤษฎีในรูปแบบค่ากำหนดตายตัวต่างๆ เพราะไม่มีเว็บบริการค้นหาที่ไหนมาบอกเรา เราก็สามารถวิเคราะห์ได้จากความเป็นไปได้ของเว็บไซต์ที่ติดอันดับในหน้าแรกและนำมาทดลองกับเว็บไซต์ของเรา

รับรองว่าวิธีนี้ ต่อให้เป็นคำค้นหาทำอันดับยากลำบากอย่างกลุ่มพนัน ไม่ว่าจะเป็น เอสบีโอเบท 928 ผลบอล หรือคำอื่นๆก็ตาม มันก็จะมีทฤษฎีเดียวกันทั้งหมด เราจึงสามารถเรียนรู้ได้จากการดูเว็บไซต์ของชาวบ้านแล้วนำมาปรับแต่งให้เข้ากับเว็บไซต์ของเราในทางที่เหมาะสม อย่าไปพยายามหาจุดต่างของแต่ละเว็บ แต่พยามไปหาจุดเหมือนกันของแต่ละเว็บเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

ดู Code ออนเพจของเว็บไซต์คู่แข่ง แล้วนำมาปรับปรุงให้เว็บของเรา

ในเรื่องของ Off Page นั้นสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงติดตามแกะรอยกันได้อย่างง่ายดาย เพราะมีเครื่องมือเกี่ยวกับ Analytics ต่างๆที่จะคอยอำนวยความสะดวกให้กับเรา เพื่อที่จะใช้ในการช่วยให้เรารู้เว็บคู่แข่งว่าอดีตที่ผ่านมาเคยทำอะไรแต่บ้าง มีลิงค์จากแหล่งไหนที่มีความสำคัญ เคยถูกคู่แข่งรายอื่นโจมตี Off Page ด้วยการยิงลิงค์เข้ามาจำนวนมากหรือไม่ และมีจุดบกพร่อง จุดน่าสนใจตรงไหน ที่เราสามารถนำไปใช้กับเว็บไซต์ของเรา ข้อมูลเหล่านี้เราสามารถติดตามแกรอยเขามาได้ทั้งหมด

นอกจากเรื่องของ Off Pages ก็ยังมีเรื่องของออนเพจที่เราไม่ควรมองข้ามเช่นเดียวกัน เพราะในส่วนของ On Page นั้น หากเราปรับปรุงออกมาได้ดี การที่จะทำ Off Pages ให้เหนื่อยก็จะลดภาระค่าแรงลงไปได้เยอะเลยทีเดียว ไม่ต้องออกแรงในการหาลิ้งราคาแพงเข้ามาจำนวนมาก ประเด็นก็คือการทำ Off Page นั้นมันไม่ได้ง่ายเสมอไป เนื่องจากเครื่องมือการวิเคราะห์ต่างๆมีไม่ได้เยอะเหมือนการวิเคราะห์ในด้านของ Off Page การปรับออนเพจนั้นจริงๆมันไม่ยาก มีการตรวจสอบเว็บของคู่แข่งง่ายอยู่นิดเดียว นั่นคือการส่องโค้ดโครงสร้างเว็บไซต์เขานั่นเอง บางทีเราไม่จำเป็นต้องพยายามหาเครื่องมือต่างๆมาช่วยในการวิเคราะห์ แต่เราจำเป็นที่จะต้องมีความรู้พื้นฐานเรื่องของภาษา HTML หรือพวก Java script ไว้บ้าง

กลไกลการทำออนเพจ seo

หากใครที่ไม่มีความรู้พื้นฐานในส่วนของภาษา HTML ก็ควรจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อก่อน เพราะภาษานี้มันเป็นพื้นฐานของการทำเว็บไซต์เลยก็ว่าได้หากเราขาดความรู้เรื่องของภาษา HTML การจะต่อยอดความสามารถในเรื่องของ SEO จะเป็นไปได้ยากในส่วนของภาษาจาวาสคริปหรือเจคิวรี่ ภาษาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องศึกษาอย่างลึกซึ้ง ดูแค่ระดับพื้นฐานก็พอ เมื่อเราดูโครงสร้างเว็บของคู่แข่งเรียบร้อยแล้ว ดูว่ามันมีจุดไหนบ้างที่จะช่วยมาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ของเรา บางคนถึงขั้นก๊อปปี้โค้ดของคู่แข่งมาแล้ว เปลี่ยนเนื้อหา Website ของเราแต่วิธีนี้มันน่าเกลียดเกินไป เราควรดูศึกษาไว้เป็นกรณีเฉยๆว่าโครงสร้างของเขามีความง่ายหรือซับซ้อนมากเพียงใด

เว็บไซต์ที่ติดอันดับดี มักจะจะมีโครงสร้างเว็บที่ดูง่าย มีความรวดเร็วในการโหลดโครงสร้างหน้าเว็บไซต์เพราะ Google เองก็ชอบเว็บที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานให้ดูง่าย เข้าถึงง่าย ไม่รกรุงรัง ไม่โหลดนาน เรื่องพวกนี้มีความจำเป็นอย่างมาก เมื่อเราทำการกระรอยต่างๆจนชำนาญ การที่เราจะมีอันดับเว็บดีขึ้น ไรือจะเขียนโครงสร้าง Theme ขึ้นมาเองเพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพ SEO ให้ดียิ่งขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ประหยัดต้นทุนด้วยการ Group Buy Tools SEO

เครื่องมือในการทำ SEO นั้น มีอยู่หลายเครื่องมือด้วยกัน ที่มีความจำเป็นในการวิเคราะห์เว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกของ Google ทั้งในเรื่องของการวิเคราะห์เว็บไซต์ของตัวเราเอง รวมไปถึงการวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งว่าเคยผ่านการทำเอสซีโอในรูปแบบไหนมาบ้าง แต่ปัญหาก็คือต้นทุนของเครื่องมือเหล่านี้ มีค่าใช้จ่ายที่สูง ยิ่งเครื่องมือที่จำเป็นมากเท่าไหร่ ใช้งานได้ดีมากเท่าไหร่ ค่าบริการรายเดือนก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย การทำเอสซีมืออาชีพมีการให้บริการแก่ลูกค้าหลายเว็บไซต์ ก็อาจจะมีจุดคุ้มทุนอยู่บ้าง แต่ในทางกลับกันหากเป็นนักทำเว็บไซต์ส่วนบุคคลการที่จะต้องไปเสียเงินเพื่อเช่าเครื่องมืออำนวยความสะดวกเหล่านี้ในแต่ละเดือน จะทำให้งบการทำอันดับขาดทุนก็เป็นได้ โดยเฉพาะธุรกิจเล็กๆที่ทำกำไรได้น้อยก็ไม่อยากจะเอาเงินมาลงทุนส่วนนี้สักเท่าไหร่

ทางเลือกที่ดีกว่าก็คือการหาคนหารร่วมหรือก็คือ SEO Group Buy ถึงแม้ว่า Tools SEO ต่างๆ จะมีข้อจำกัดเรื่องของจำนวน IP ที่จะเข้าใช้งานว่าห้ามล็อกอินจากหลาย IP เข้ามาพร้อมกัน ซึ่งเป็นช่องทางการปิดโอกาสให้กับผู้คนที่ต้องการหาร่วมแล้วใช้ราคาถูก แต่จริงๆแล้วก็ยังมีวิธีการเลี่ยงให้สามารถใช้หารร่วมได้อยู่นั่นคือการใช้ Proxy นั่นเอง หากว่าเราไม่มีความชำนาญเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคนบุกเบิกที่จะทำบราวเซอร์ที่ตั้งค่าไว้ให้ต้องล็อกอินผ่าน Proxy เท่านั้นจึงจะสามารถใช้ได้ให้ยุ่งยากวุ่นวาย เพียงแค่เราลองหาเว็บไซต์เปิด Group Buy ของต่างประเทศ เข้ากลุ่มหารร่วมของชาวต่างชาติหลายคนที่เป็นนักทำ SEO เช่นเดียวกับเรา เค้าจะมาหารรวมเครื่องมือต่างๆที่มีความจำเป็น เราชอบเครื่องมือไหนก็เข้าไปลบเอ็นจอยกับเค้าได้

เครื่องมือที่แนะนำมาก็อาทิเช่น Ahrefs, Majesticseo, Moz เครื่องมือที่เกริ่นมาข้างต้นนี้ มีความจำเป็นระดับพื้นฐานของนัก SEO ที่ต้องการทำอันดับหลายเว็บไซต์ ต้องการวิเคราะห์คู่แข่งในเชิงลึก รวมไปถึงรับเป็นผู้ให้บริการเอสซีโออย่างเต็มรูปแบบ หากว่าเราต้องมาเช่าเองคนเดียวหมดแต๋วเดือนคงต้องเสียงเงินหลักหมื่นโดยไม่จำเป็น จะดีกว่าถ้าเราสามารถหากลุ่มหาโดนได้วิธีนี้จะช่วยประหยัดต้นทุนได้อย่างแน่นอน หากกำลังหาใช้เครื่องมือไหน ลองพิมพ์ Google ว่า “group buy” แล้วตามด้วยชื่อ tools นั่น มันอาจจะประหยัดต้นทุนได้มาก